รูปแบบการบริหารจัดการธุรกิจเชิงสุขภาพบริเวณบ่อน้ำพุร้อน ในจังหวัดกระบี่และระนอง
คำสำคัญ:
การบริหารจัดการธุรกิจ, ธุรกิจเชิงสุขภาพ, บ่อน้ำพุร้อนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการบริหารจัดการและสภาพปัญหาของธุรกิจเชิงสุขภาพบริเวณบ่อน้ำพุร้อนในจังหวัดกระบี่และระนอง โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 18 คน ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐ 3 คน ภาคเอกชน 5 คน และนักท่องเที่ยวผู้ใช้บริการบ่อน้ำพุร้อน 10 คน ผลการศึกษาพบว่า ด้านการวางแผน มีการกำหนดแผนงานและเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาแหล่งน้ำพุร้อนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ได้มาตรฐาน ผู้ประกอบการมีความเข้าใจในศักยภาพของพื้นที่และมีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจน แต่ยังมีปัญหาในด้านการวางแผนเชิงกลยุทธ์และการวิเคราะห์ทางการตลาดอย่างต่อเนื่องด้านการจัดการองค์กร มีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการเอกชนอย่างเป็นระบบ โดยภาครัฐทำหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐานและสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ภาคเอกชนมุ่งเน้นการพัฒนาการบริการและกิจกรรมเชิงสุขภาพ ด้านการนำ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาธุรกิจเชิงสุขภาพและความมุ่งมั่น ในการยกระดับคุณภาพการบริการ ส่วนด้านการขับเคลื่อนธุรกิจ มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นที่เข้มแข็ง แต่ยังพบปัญหาอยู่บ้างในด้านความเชี่ยวชาญของบุคลากร การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการ การตลาดและการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยังไม่เต็มศักยภาพที่มี สำหรับผลการวิจัยในครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงการบริหารจัดการธุรกิจเชิงสุขภาพบริเวณบ่อน้ำพุร้อน รวมถึงเป็นข้อมูลสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่จังหวัดกระบี่และระนองได้ต่อไป
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมการท่องเที่ยว. (2565). แผนพัฒนาบริการท่องเที่ยว พ.ศ. 2566 – 2570. กรมการท่องเที่ยว:กรุงเทพมหานคร
เกศวลีณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. (2562). การประเมินความพร้อมของแหล่งน้ำพุร้อน อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่สู่การพัฒนาเป็นเมืองต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพน้ำพุร้อน. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
แก้วสนั่น, เกษม และ ฉิรินัง, เพ็ญศรี. (2564). การจัดการองค์กรไปสู่ความสำเร็จ. วารสารพุทธสังคมวิทยาปริทรรศน์, 6(4): 89-107.
จิตพิสุทธิ์ หงส์ขจร. (2560). ส่วนประสมทางการตลาด 7Ps ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน จังหวัดระนอง. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประภาพร สุวรรณะ. (2564). การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน. วารสารการจัดการและการพัฒนา, 12(3): 45-60.
พิมพ์ชนก วงศ์สุวรรณ. (2564). บทบาทของการตลาดดิจิทัลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ. วารสารการตลาดและการจัดการ, 9(2): 72-88.
รัตนา สุขเจริญ. (2563). คุณภาพการให้บริการและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวในธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ. วารสารการท่องเที่ยวและการโรงแรม, 14(1): 99-115.
สิริกันต์ สิทธิไทย. (2564). การพำนักระยะยาว(Long Stay Wellness Tourism) เพื่อความยั่งยืนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเชิงสุขภาพน้ำพุร้อน. ปริญญาการจัดการมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
สารภี ชนะทัพและคณะ (2564) การจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกรณีศึกษาน้ำพุร้อนท่าสะท้อนฯ การจัดการการ
ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกรณีศึกษาน้ำพุร้อนท่าสะท้อนตาบลท่าสะท้อนอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี. 8(1) 2565, 61-81
สมชาย วงศ์เกษม. (2562). ความสำคัญของการวางแผนเชิงกลยุทธ์ต่อความสำเร็จของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ. วารสารการบริหารธุรกิจ, 15(4): 34-50.
สมยศ นาวีการ. (2546). การบริหารและพฤติกรรมองค์กร (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: บรรณกิจ.
วิภาวี จันทร์แก้ว. (2563). ความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการกับการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ. วารสารการบริหารและนวัตกรรม, 10(2): 56-70.
วุฒิชาติ สุนทรสมัย และปิยะพร ธรรมชาติ. (2559). รูปแบบการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสุขภาพของจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อ การพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน. วารสารสมาคมนักวิจัย. 21(3) 2559, 167-181
Henri Fayol. (1964). General and Industrial Management. London: Pittman and Sons