การเล่าเรื่องแบบผสมผสานผ่านวิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคามที่มีผลต่อการรับรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนบนโซเชียลมีเดีย
คำสำคัญ:
แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, วิดีโอประชาสัมพันธ์, การเล่าเรื่องแบบผสมผสานบทคัดย่อ
การส่งเสริมการท่องเที่ยวในปัจจุบัน มีความจำเป็นที่ต้องให้ข้อมูลที่ดึงดูดความสนใจและน่าเชื่อถือแก่นักท่องเที่ยว การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์การเล่าเรื่องแบบผสมผสานผ่านวิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคามที่มีผลต่อการรับรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนบนโซเชียลมีเดียมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์เทคนิคของการเล่าเรื่องแบบผสมผสานผ่านวิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคามที่มีผลต่อการรับรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนบนโซเชียลมีเดีย 2) เพื่อผลิตวิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม 3) เพื่อศึกษาผลการใช้วิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม โดยมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ (1) ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจากหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 6 คน โดยใช้การสัมภาษณ์ (2) นักท่องเที่ยว จำนวน 30 คน ได้มาจากการสุ่มแบบบังเอิญ โดยใช้แบบสอบถามความต้องการในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (3) คลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์ที่ได้รับความนิยมเข้ารับชมบนเว็บไซต์ยูทูป จำนวน 20 คลิป โดยผู้วิจัยได้วิเคราะห์และสังเคราะห์ความสอดคล้องของเนื้อหาและเทคนิคการเล่าเรื่องกับความต้องการของนักท่องเที่ยว (4) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักท่องเที่ยว จำนวน 400 คน ได้มากจากการเลือกวิธีการสุ่มแบบบังเอิญ (5) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ วิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม แบบประเมินการรับรู้ แบบสอบถามความพึงพอใจ และตารางวิเคราะห์พฤติกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนบนโซเชียลมีเดียหลังการชมวิดีโอประชาสัมพันธ์ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ร้อยล่ะ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการวิเคราะห์และสังเคราะห์เทคนิคการเล่าเรื่องแบบผสมผสานผ่านวิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคามที่มีผลต่อการรับรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชนบนโซเชียลมีเดียที่มีความเหมาะสม ประกอบด้วยเทคนิคการเล่าเรื่อง 3 แบบ ได้แก่ (1) การเปิดเรื่องแบบสลับเรื่องราวด้วยภาพเหตุการณ์แบบรวดเร็ว (Nested Loops) (2) การเล่าเรื่องแบบใช้เสียงบรรยาย และเสียงดนตรีประกอบ (Sparklines) และ (3) การเล่าเรื่องแบบการเชื่อมโยงเนื้อหาให้สอดคล้องกันเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว (Converging Ideas) 2) กระบวนการผลิตวิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นเตรียมการผลิต (Pre-Production) ขั้นตอน (Production) และขั้นตอน (Post – Production) ได้นำไปประเมินคุณภาพของวิดีโอประชาสัมพันธ์โดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี 3) การศึกษาผลการใช้วิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคาม พบว่า ผลการรับรู้ของกลุ่มตัวอย่างหลังชมวิดีโอประชาสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้น มีการรับรู้โดยรวมอยู่ในระดับมาก และมีความพึงพอใจ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนพฤติกรรมการมีส่วนร่วมของชุมชนบนโซเชียลมีเดียในช่วงเวลาของการเผยแพร่วิดีโอประชาสัมพันธ์เป็นเวลา 1 เดือน พบว่า มีการรับชม จำนวน 4,474 ครั้ง มีการกดชื่นชอบ (Like) จำนวน 129 ครั้ง การกดแชร์ (Share) จำนวน 16 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น (Comment) เป็นไปในเชิงบวก แสดงให้เห็นว่าการเล่าเรื่องแบบผสมผสาน ที่เหมาะสมของวิดีโอประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคามมีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดมหาสารคาม ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้การความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา. (2568). สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศ รายจังหวัด ปี 2568. กรุงเทพมหานคร: [ม.ป.พ]
นนทร์ธิชัย จันทมาลี. (2566). การเล่าเรื่องเพื่อการตลาดเชิงสังคม (Storytelling in Social Marketing) กรณีศึกษา The Room’s. [การค้นคว้าอิสระนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ].
มาริสา อานิต้า ฟันเดอรวาวเดอะ. (2557). ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแบ่งปันวิดีโอคลิปสำหรับการตลาดแบบไวรัล (Viral Marketing) โดยใช้สื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์. [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์].
วรางคณา ยินดีฉัตร. (2559). การบริหารการผลิตรายการข่าวบันเทิงที่สถานีโทรทัศน์ผลิตเอง. [วิทยานิพน์ปริญญาวารสารศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]
วิมลพรรณ อาภาเวท. (2553). หลักการโฆษณาและประชาสัมพันธ์. กรุงเทพมหานคร. สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
สำนักงานจังหวัดมหาสารคาม. (2567). แผนปฏิบัติราชการจังหวัดมหาสารคาม (พ.ศ. 2566 - 2570). จังหวัดมหาสารคาม
สุชาติ สุวรรณวงค์. (2556). ประเพณีเทียน : รูปแบบการอนุรักษ์และการจัดการสำหรับสาธารณะ ความสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม. อุบลราชธานี:[ม.ป.พ]
สุวารินทร์ อินใส. (2564). อิทธิพลของสื่อประชาสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อแรงจูงใจของผู้มาเยือนชาวไทยในการเดินทางไปท่องเที่ยวหมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง จังหวัดสุรินทร์. [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์].
สุริยะ วิริยะสวัสดิ์. (2530) พฤติกรรมการให้บริการของเจ้าหน้าที่องค์กรราชการกับปัจจัยสภาพแวดล้อมในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์. [สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].
อภิญญา แก้วเปรมกุศล. (2560) การเปิดรับสื่อ การรับรู้ ทัศนคติ และการใช้ประโยชน์จากหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของเยาวชนในเขตกรุงเทพมหานคร. [วิทยานิพนธ์ศนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช].
Boonlert Jittangwattana. (2563). The Public Relations for Creative Tourism via Social Networking Sites. Bangkok:[n.p.]
Chi Yihan. (2566). Research on the motivation system and path simulation of collaborative agglomeration of Chinese culture and tourism industries based on system dynamics. Journal. Chinese.
Shelly Maynard. (1975). Responding to social Chang. Pensylvania : Dowden, Hurchison.
Simon Kemp. (2024). Digital 2024: Thailand. https://datareportal.com/reports/digital-2024-thailand
Motive Influence. (2567). Social Media ที่ใช้งานบ่อยและสินค้าที่คนไทยซื้อมากที่สุด 2024. https://www.motiveinfluence.com/blog/marketing/social-media-ที่คนไทยใช้งานมากที่สุด-2024/668.
Taro Yamane. (1973). Statistics: an introductory analysis. New York: New York: Harper & Row.
Zhu Jingjie. (2565). Viewer In-Consumption Engagement in Pro-Environmental Tourism Videos: A Video Analytics Approach. Journal of Travel Research.
Ffion Lindsay. (2015). The seven pillars of storytelling. Bristol : Sparkol Book.