การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ ทักษะการเขียน และความคงทนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ โดยใช้ชุดฝึกการเขียนภาษาอังกฤษ ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เทคนิคเน้นภาระงานและการจัดการเรียนรู้เทคนิคผังมโนทัศน์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
คำสำคัญ:
ชุดฝึกการเขียนภาษาอังกฤษ, เทคนิคเน้นภาระงาน, เทคนิคผังมโนทัศน์บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการและข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาชุดฝึกการเขียนภาษาอังกฤษ 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดฝึกการเขียนภาษาอังกฤษ 3) ศึกษาผลการใช้ชุดฝึกการเขียนภาษาอังกฤษ ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เทคนิคเน้นภาระงาน และเทคนิคผังมโนทัศน์ 4) ประเมินผลและปรับปรุงชุดฝึกการเขียนภาษาอังกฤษ ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนไทรโยคใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 48 คน โดยใช้การสุ่มอย่างง่าย สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบแบบที กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนต้องการให้ชุดฝึกการเขียนภาษาอังกฤษ มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัว ชุดฝึกควรมีสีสันสวยงาม มีเนื้อหาที่ให้ความสนุกสนานและเพลิดเพลิน เรียงจากง่ายไปยาก รวมทั้งให้ครูและนักเรียนเป็นผู้ร่วมกันประเมินผล 2) ชุดฝึกการเขียนภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีประสิทธิภาพ 84.91/84.54 3) ผลการเรียนรู้ก่อนกับหลังการจัดการเรียนรู้เทคนิคเน้นภาระงาน และเทคนิคผังมโนทัศน์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และผลการเรียนรู้ระหว่างหลังการจัดการเรียนรู้เทคนิคเน้นภาระงาน กับเทคนิคผังมโนทัศน์ แตกต่างกัน ผลการเปรียบเทียบทักษะการเขียนก่อนกับหลังการจัดการเรียนรู้ และเทคนิคผังมโนทัศน์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และทักษะการเขียนระหว่างหลังการจัดการเรียนรู้เทคนิคเน้นภาระงาน กับเทคนิคผังมโนทัศน์ แตกต่างกัน 4) ความคงทนการเรียนรู้ภาษาอังกฤษหลังสอบหลังเรียน 2 สัปดาห์ ไม่แตกต่างกัน และความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ ประกอบศรี. (2561). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้เรื่องโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร โดยใช้แบบฝึกทักษะและเทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ชูศรี วงศ์รัตนะ และองอาจ นัยพัฒน์. (2552). แบบแผนการวิจัยเชิงทดลองและสถิติวิเคราะห์: แนวคิดพื้นฐานและวิธีการ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นฤมล ชี้ศรทอง. (2565). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานร่วมกับแผนผังความคิด เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและวิธีสอน มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นุจรีย์ รอดประสิทธิ์. (2562). การพัฒนาชุดกิจกรรมฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นภาระงานเป็นฐานร่วมกับแหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี.
พรสวรรค์ บุญเอก. (2553). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
พลอยไพรินทร์ สโมทัย. (2558). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยใช้กิจกรรมอ่านแบบเน้นภาระงาน เรื่องข้อมูลท้องถิ่นจังหวัดกาญจนบุรี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วิจิตร ใสแจ่ม. (2558). ผลของการสอนกาลแบบเน้นงานปฏิบัติที่มีต่อทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
สิริกร ภูผา. (2557). การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยการใช้ชุดฝึกทักษะการเขียน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
Ellis, R. (2003). Task-based language learning and teaching. New York: Oxford University Press.
Willis, J. (1996). A framework for task-based learning. Edinburgh London: Longman.