การกลายเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของศาลพระภูมิที่ปรากฎในคติชุมชน ของสังคมไทย

Main Article Content

กฤษณพน วรรณวิทยาภา

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการกลายเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของศาลพระภูมิที่ปรากฎในคติชุมชนของสังคมไทย ด้วยการศึกษาจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาพบว่า ศาลพระภูมิซึ่งเป็นที่สถิตของเทพารักษ์ประจำพื้นที่มีที่มาจากความเชื่อสองส่วนหลักคือ ความเชื่อเรื่องเทพ คือพระภูมิถูกมองในสถานะเทียบเท่ากับรุกขเทวดาหรือเทพผู้ดูแลปกปักษ์รักษาหมู่ชน โดยมีรากฐานจากแนวคิดเรื่องท้าวจตุโลกบาลในมหาสมัยสูตร และเทวดาที่คุ้มครองมนุษย์ตามรตนสูตร ซึ่งมนุษย์ต้องทำพลีกรรมตอบแทน และ ความเชื่อเรื่องพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ คือ พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นจากสถานที่ฝังศพของผู้นำเผ่าหรือบรรพชน ซึ่งถูกนับถือว่าเป็นผู้ปกปักษ์รักษา ก่อนจะพัฒนาไปสู่การสร้างศาลผีหรืออารักษ์หมู่บ้าน ต่อมาพระพุทธศาสนาได้นำความเชื่อเรื่องเทพเข้ามาแทนที่เจ้าที่เจ้าทางหรือผีบรรพบุรุษ ทำให้พระภูมิมีลักษณะเป็นเทวดาอยู่ในปราสาท การกำหนดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นการจำลองรูปแบบเชิงอุดมคติของเขาพระสุเมรุและสวรรค์ชั้นต่างๆ ส่วนกระบวนการกลายเป็นความศักดิ์สิทธิ์นี้สะท้อนผ่านการเปลี่ยนแปลงสองมิติ ได้แก่ เชิงอัตวิสัย คือ การยกย่องบุคคลเชิงอุดมคติหรือผู้นำชุมชนในฐานะผู้ปกปักษ์รักษา และเชิงปรวิสัย คือ การใช้แนวคิดทางพระพุทธศาสนา โดยการนำหลักการเรื่องภุมมเทวดาในมหาสมัยสูตร มาเป็นจุดเชื่อมต่อให้พระภูมิทำหน้าที่ดูแลรักษาพื้นที่แทนคติความเชื่อเดิม ดังนั้น ศาลพระภูมิในสังคมไทยจึงเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และแสดงถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการสร้างความอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กมเลศ โพธิกนิษฐ, พัชรินทร์ สิรสุนทร. (2568). ผี ร่างทรงและพิธีกรรม. พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.

คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง, ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ. (2568). ภารตะ-สยาม มูฯ ไทย ไสยฯ อินเดีย. กรุงเทพมหานคร: มติชน.

โจรี แพทริค. (2563). ทฤษฎีกษัตริย์โพธิสัตว์: เวสสันดรชาดกในประวัติศาสตร์ไทย. แปลโดย ฑิตฐิตา ซิ้มเจริญ. กรุงเทพมหานคร: อิลลูมิเนชันส์ เอดิชันส์.

พระญาลิไทย. (2544). เตภูมิกถา. นนทบุรี: ศรีปัญญา.

พระวิเชียรปรีชา (น้อย). (2474). พงศาวดารเหนือ. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พัสวีสิริ เปรมกุลนันท์. (2560). วัด-วังในพระราชประสงค์พระจอมเกล้าฯ. กรุงเทพมหานคร: มติชน.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2562). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. พิมพ์ครั้งที่ 52. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ผลิธัมม์.

ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ. (2565). “ความเชื่อพื้นบ้านของพระเทพกรรมที่ระเบียงคดวัดพระแก้ว”. ใน ผี-พราหมณ์-พุทธในศาสนาไทย. บรรณาธิการโดย ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์นาตาแฮก.

ศรีศักร วัลลิโภดม. (2560). พุทธศาสนาและความเชื่อในสังคมไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์.

Charles Stewart and Rosalind Shaw. (1994). Syncretism Anti-syncretism: The politics of religious synthesis. London and New York: Routledge,1994), p.1.

Charles F. Keyes. (1997). “Ethnic groups, ethnicity”, in The Dictionary of Anthropology. edited by Thomas Barfield. Oxford: Blackwell Publisher.

Charles Guignon. (2006). "History and Historicity". A Companion to Phenomenology and Existentialism. Edited by Hubert L. Dreyfus, Mark A. Wrathall. Oxford: Blackwell Publishing Ltd.

Clifford Geertz. (1960). The Religion of Java. Chicago: The University of Chicago Press.

Hall, Stuart. (1992). “The Question of Cultural Identity”, In Modernity and Its Future, edit by Stuart Hall, David Held and Tony McGrew. Cambridge: Polity Press.Zimmer Heinrich. (1962). Myths and Symbols in Indian Art and Civilization. New York:

Harper Torch book.