รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักความรักในพระพุทธศาสนาเถรวาทและหลักความรักในคริสตศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก : กรณีศึกษาเขตอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาความรักในพระพุทธศาสนาเถรวาท 2) เพื่อศึกษาหลักความรักในคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิก 3) เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามความรักในพระพุทธศาสนาเถรวาทและหลักความรักในคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิก : กรณีศึกษาเขตอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ การวิจัยในครั้งนี้ใช้กระบวนการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า พระพุทธศาสนามีคำสอนในเรื่องความรัก คือ 1) เสน่หา ความรักที่เกิดจากตัณหา 2) เปมะ ความรักแบบอกุศลที่เป็นความรักที่เป็นกลาง 3) เมตตา ความปรารถนาดี 4) เมตตาอัปมัญญา ความรักที่ไม่มีขอบเขต ส่วน ความรักในคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิก หมายถึง ความรักที่มนุษย์มีต่อพระผู้เป็นเจ้าและความรักที่พระผู้เป็นเจ้ามีต่อมนุษย์นั่นเอง แบ่งออกเป็น 4 แบบได้แก่ 1) ฟีเลียสเป็นรักง่าย ๆ 2) สตอรเก้ เป็นความรักญาติพี่น้อง 3) อีรอส เป็นความรักที่ต้องการให้ได้มา 4) อกาเป้ รักในระดับสูงสุด รักที่ให้แก่กัน ไม่คิดถึงตัวเอง และสละได้ทุกสิ่งเพื่อสิ่งที่รัก ไม่มีเปลี่ยนแปลง และให้ได้เสมอแม้เป็นศัตรูรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักความรักในพระพุทธศาสนาเถรวาทและหลักความรักในคริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิก : กรณีศึกษาเขตอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ นำหลักความรักมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลและสังคม พบว่า 1) หลักความรักนั้นสามารถช่วยพัฒนาจิตใจ ความคิด ช่วยปรับปรุงพฤติกรรม ควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ดีขึ้นได้ 2) หลักความรักนั้นสามารถช่วยสร้างความสุขให้กับผู้อื่นและสร้างความรักในครอบครัวให้เกิดมีขึ้นได้ 3) หลักความรักนั้นสามารถช่วยบรรเทาความขัดแย้ง ช่วยสร้างความยุติธรรมให้กับสังคมได้ ดังนั้น พระพุทธเจ้าและพระเยซูคริสต์ทรงสอนหลักแห่งความรักนั้นก็เพื่อเป็นแนวทาง 2 ประการ คือ 1) เพื่อทรงแก้ปัญหาทั้งหลายที่มนุษย์ประสบอยู่ 2) เพื่อเสริมสร้างให้เกิดสันติภาพ ต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม จึงเน้นให้บุคคลมีความรัก ความปรารถนาดีต่อกัน และต่อสิ่งแวดล้อม ใหเราอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องไปเบียดเบียนกันและกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์
ข้อความในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตธรรม แผนกพระคัมภีร์. (2014). พระคัมภีร์คาทอลิก ฉบับสมบูรณ์ (Thai Catholic Bible Complete Version) ภาคพันธสัญญาเดิม และ ภาคพันธสัญญาใหม่. กรุงเทพมหานคร: คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตธรรม แผนกพระคัมภีร์.
พระมหาปรีชา ปริญาณจารี. (2545). ความรักในพุทธปรัชญา. วิทยานิพนธ์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย.
พระอำนาจ เขมปญฺโญ (ยอดทอง). (2546). เปรียบเทียบปรัชญาความรักในพุทธศาสนาเถรวาทและงานเขียนซิมโพเซี่ยม (Symposium) ของเพลโต. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาปรัชญา.บัณฑิตวิทยาลัย: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ 21, 22. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ศาสวัต มูลสถาน, กีรติ บุญเจือ และ รวิช ดาแก้ว. (2021). การรักเพื่อนบ้านในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ตามทรรศนะปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง. Journal of Social Science and Buddhistic Anthropology. 6(7) (July 2021):116-128
Robert Rowland Smith. (2555). Breakfast with Socrates: มื้อเช้ากับโสเครตีส. แปลโดย ศิระประภาธนากิจ และ เชน อภิชน. กรุงเทพมหานคร: ยิปซี.
Somsri Saphamai. (1984). A Comprative study of the Theravada Buddhist and manCatholic Concept of Love: A case study at Baan Mai and Thakham Sub – Districts SamphranDistrict. Nakorn Pathom province. A Thesis in Partial fulfillment of the quirements for the Degree of Master of Arts. Faculty of Graduate School: Mahidol University.