การพัฒนาตนเองตามหลักอิทธิบาท 4 สำหรับบุคลากรทางการศึกษา

Main Article Content

เอกไผท แก้วหอม
สมชัย ศรีนอก
พระมหาสมบูรณ์ สุธมฺโม

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิดทฤษฎีการพัฒนาตนเองและการพัฒนาตนเองทางพระพุทธศาสนา และ 2) ศึกษาการพัฒนาตนเองของบุคลากรทางการศึกษาตามหลักอิทธิบาท 4 พบว่า 1) แนวคิดทฤษฎีการพัฒนาบุคลากรเป็นการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ พนักงานและบุคลากรในทุกหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการเรียนรู้ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงานควบคู่กันไป โดยวิธีการให้ความรู้การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ทักษะ ทัศนคติซึ่งจะช่วยให้บุคลากรมีความสามารถในการปฏิบัติงานที่สูงขึ้น ส่วนการพัฒนาตนเองทางพระพุทธศาสนา พบว่า จำแนกได้เป็น  2 ทาง  คือ การพัฒนาตนให้เป็นคนดี กับ การพัฒนาตนให้เป็นคนเก่ง  2) การพัฒนาตนเองของบุคลากรทางการศึกษาตามหลักอิทธิบาท 4 พบว่า อิทธิบาท 4 คือสูตรสำเร็จของชีวิตตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ความสำเร็จอยู่ที่ใจ ไม่ว่าเราจะต้องการอะไร หากเราตั้งใจกำหนดจิตไว้มั่นคง ทุกสิ่งจะสำเร็จได้ด้วยอิทธิบาท 4 คือ ทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยใจรัก ด้วยความพากเพียร ด้วยใจจดจ่อ และใช้ปัญญา พิจารณาไตร่ตรองเสมอ และ 3) องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษา พบว่า ได้แก่ รูปแบบซีวีซีวี (CVCV Model) ประกอบด้วย  C (Chanda)  ฉันทะ คือความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น V (Viriya) วิริยะ คือความเพียรประกอบสิ่งนั้น  C  (Citta) จิตตะ คือความเอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้นไม่วางธุระ V (Vimansa) วิมังสา คือความหมั่นตรึกตรองพิจารณาเหตุผลในสิ่งนั้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กุลธน ธนาพงศธร. (2535). การบริหารงานบุคคล ใน เอกสารการสอนชุดวิชาการวางแผนและบริหารระบบสารสนเทศหน่วยที่ 3. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

นพพงษ์ บุญจตราดุล. (2549). หลักการบริหารการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: นิพิธการพิมพ์.

บุญมี แท่นแก้วและคณะ. (2538). พุทธศาสน์-ปรัชญา. กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส.พริ้นติ้งเฮ้าส์.

พระกวีวรญาณ (จำนงค์ ชุตินฺธโร) อ้างใน พัชราพร วีรสิทธิ์. (2546).“ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบห้าประการของบุคลิกภาพและความสามารถในการเผชิญปัญหาและอุปสรรคตามหลักอิทธิบาท 4 ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในสำนักงานประกันสังคม”. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

พระครูโสภณปริยัติสุธี (ศรีบรรดร ถิรธมฺโม). (2552). รัฐศาสตร์ในพระไตรปิฎก. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2542). พุทธธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี). (2551). คนสำราญงานสำเร็จ. (พิมพ์ครั้งที่ 14). กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (19 สิงหาคม 2542). ราชกิจจานุเบกษา. 116 (ตอนที่ 74 ก).

พระราชปัญญากวี (สุบิน เขมิโย). (2528). ประมวลบทพระธรรมเทศนา. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์กรมศาสนา.

เพ็ชรี รูปะวิเชตร์. (2549). เทคนิคการจัดฝึกอบรมและการประชุม (Training and Meeting Techniques. เอกสารอัดสําเนา.

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

วิเชียร พากเพียร. (2555). การสร้างแบบทดสอบวัดคุณธรรมด้านอิทธิบาท 4 สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

สนอง วรอุไร. (2550). ทำชีวิตให้ได้ดีและมีสุข. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อัมรินทร์.

อัครเมธี สิริวรานนท์. (2550). เปิดโอกาสให้ชีวิตให้ได้รับสิ่งอันเป็นมงคล. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์อุทยานความรู้.

อุบลวรรณ ไชยเรนทร์และกันตภณ หนูทองแก้ว. (2563). “การนำหลักอิทธิบาทธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่ว่าการอำเภอชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช”. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ. 5(2): 72 – 83.

Boydell, Tom. (1990). พัฒนาผู้จัดการ พัฒนาคน แนะนำแนวทางเพื่อผู้จัดการองคการและสถาบันการศึกษา แปลโดย สุนันทา ถีรวงษ์. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.