แนวทางการพัฒนากระบวนวิธีพิจารณาความศาลเกียรติศักดิ์ของนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้เป็นงานวิธีวิจัยเชิงพรรณนามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนากระบวนวิธีพิจารณาความศาลเกียรติศักดิ์ของนักเรียนนายร้อย โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงพรรณา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบฟอร์มการสนทนากลุ่ม 2 แบบ คือ 1) แบบฟอร์มการสนทนากลุ่ม สำหรับคณะกรรมการศาลเกียรติศักดิ์และ 2) แบบฟอร์มการสนทนากลุ่มสำหรับอาจารย์และนายทหารปกครอง ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ คณะกรรมการศาลเกียรติศักดิ์ จำนวน 33 นาย อาจารย์และนายทหารปกครอง จำนวน 10 นาย ผลการวิจัยพบว่ากระบวนวิธีพิจารณาความศาลเกียรติศักดิ์ฯ มีแนวทางการพัฒนา 3 ขั้นตอน คือ 1) ก่อนการไต่สวน (1) เมื่อนักเรียนนายร้อยพบเห็นนักเรียนนายร้อยฝ่าฝืนระบบเกียรติศักดิ์ ให้แจ้งกับนักเรียนบังคับบัญชาหรือนายทหารปกครอง (2) นักเรียนบังคับบัญชาหรือนายทหารปกครองจะพิจารณาว่าข้อเท็จจริงสอดคล้องกับการฝ่าฝืนกฎเกียรติศักดิ์หรือไม่ (3) หากเบื้องต้นปรากฎว่าฝ่าฝืนกฎเกียรติศักดิ์นักเรียนบังคับบัญชาหรือนายทหารปกครอง จะนำเรียนไปยังผู้บังคับการกรมนักเรียนนายร้อย รักษาพระองค์ เพื่อขออนุมัติเปิดศาลเกียรติศักดิ์ (4) ผู้ถูกกล่าวหาสามารถร้องคัดค้านคณะกรรมการศาลฯได้ หากเห็นว่าผู้นั้นมีส่วนได้เสียหรือเคยมีเหตุบาดหมางกับตนเอง 2) ระหว่างการไต่สวน (1) การถามของผู้สืบสวน/สอบสวนทั้ง 2 นาย ควรแยกกัน คือ 1 นาย เมื่อถามนำให้ผู้สืบสวน/สอบสวนอีก 1 นาย ถามค้าน (2) ให้บันทึกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวตลอดการไต่สวน (3) ลูกขุนทั้ง 25 นาย เมื่อฟังพยานหลักฐานแล้วให้ตัดสินใจว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดจริงหรือไม่ 3) หลังการไต่สวน ผู้ถูกกล่าวหาสามารถอุธรณ์ได้ ทั้งนี้ผลการพิจารณาความไม่ถือเป็นที่สิ้นสุดในการลงโทษเพราะอาจมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงในการกระทำความผิดนั้นๆ ควบคู่ไปด้วยเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกล่าวหา และเป็นข้อมูลที่รอบด้านเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์
ข้อความในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
กรมนักเรียนนายร้อยรักษาพระองค์. (2568). คู่มือนักเรียนนายร้อย. กรุงเทพฯ: กรมนักเรียนนายร้อย รักษาพระองค์.
จิรณิศ อมาตยกุล. (2566). บันทึกการสอบปากคําด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เฉลิมศักดิ์ พิกุลศรี. (2560). การจำกัดสิทธิอุทธรณ์ในคดีอาญา: ศึกษากรณีการกำหนดให้จำเลยมาแสดงตนในขณะยื่นอุทธรณ์. รายงานวิจัย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์: กรุงเทพฯ.
ชัชชัย ยุระพันธุ์. (2565). หลักการดำเนินคดีอาญาโดยรัฐกับการเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดี. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 10(12), 90-109.
ทัศน์กมล ศิริจรูญวงศ์. (2565). การคัดค้านตุลาการและการห้ามตุลาการมิให้เข้ามาเป็นองค์คณะ : ศึกษากรณีศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พันเอกนพโรจน์ ชัยอมราพัฒน์. (2568, 13 กันยายน). ปัญหาการฝ่าฝืนกฏเกียรติศักดิ์ของนักเรียนนายร้อย (พันโทเทพฤทธิ์ วงศ์ภูมิ, ผู้สัมภาษณ์).
ภัทรพร เรืองฤทธิ์. (2564). ปัญหาการบันทึกถ้อยคำพยานของผู้พิพากษาในศาลยุติธรรม. วารสารบัณฑิตศึกษานิติศาสตร์, 14(3), 478-501.
มาณพ ประวาลลัญฉกร.(2563). ความเหมาะสมของการนำระบบคณะลูกขุนมาใช้กับระบบวิธิีพิจารณาความอาญาไทย: กรณีศึกษาตำบลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเลย. (วิทยานิพนธ์หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์: มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
วริยาพัชร วรภัสร์สรกุล. (2566). กระบวนการคิดแบบโยนิโสมนสิการกับการเสริมสร้างทักษะการจัดการองค์กรของผู้บริหารสถานศึกษายุค BANI World. วารสารปราชญ์ประชาคม, 1(5), 42-56.