ศาสนารมณ์: เทคนิคการจัดการอารมณ์ตามแนวทางพระพุทธศาสนา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิดเรื่องอารมณ์ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา 2) วิเคราะห์การจัดการอารมณ์ในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา 3) นำเสนอเทคนิคการจัดการอารมณ์ตามแนวทางพระพุทธศาสนา ด้วยการศึกษาจากเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการศึกษาพบว่า 1. อารมณ์ในทางพระพุทธศาสนาอธิบายผ่านสภาวะภายในที่เรียกว่าเจตสิกและการแสดงออกทางพฤติกรรม โดยให้ความสำคัญกับหลักหิริและโอตตัปปะ ในฐานะอารมณ์ทางศีลธรรมที่คุ้มครองโลก และการให้อภัยซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันและการบำบัดทางจิต 2. การวิเคราะห์การจัดการอารมณ์ พระพุทธศาสนามุ่งเน้นการจัดการความรู้สึกเชิงปัจเจกผ่านน้ำตา ซึ่งสะท้อนความสำนึกผิดและความเศร้าจากการสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก และการจัดการความรู้สึกเชิงสังคมผ่านการใช้หลักพรหมวิหาร เพื่อระงับการผูกเวรและสร้างความปรองดอง นอกจากนี้ยังมีการใช้สัญลักษณ์และพิธีกรรมทางสังคมเพื่อสร้างความสำนึกและปลอบประโลมทางจิตใจ 3. เทคนิคการจัดการอารมณ์ ประกอบด้วย 1) เทคนิคการให้เหตุผลเชิงปัจเจกบุคคล โดยการย้ายฐานความคิดจากอวิชชาไปสู่สัมมาทิฏฐิ เปลี่ยนสถานะจากผู้ประสบภาวะจำยอมไปสู่ผู้กระทำการโดยเจตนาที่มีสติควบคุมตนเอง 2) เทคนิคการปรับตัวผ่านการยอมรับความเป็นจริงตามกฎไตรลักษณ์ และ 3) เทคนิคการให้เหตุผลเชิงสากลผ่านกระบวนการสุนทรียสนทนา เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในการรับฟังโดยปราศจากสมมติฐานและการตัดสิน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาตามหลักไตรสิกขาและภาวนาทั้งในระดับความคิด ความรู้สึก และการกระทำ เพื่อความสงบสุขอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์
ข้อความในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570). (2565, 01 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 139 ตอนพิเศษ 258 ง, หน้า 35.
สมภาร พรมทา. (2544). มรณยุติธรรม: ชาวพุทธควรคิดอย่างไรกับโทษประหารชีวิต. โครงการ "หนังสือไฟฟ้า" อันดับที่ 5. ปทุมธานี: สำนักพิมพ์วารสารปัญญา.
วรพจน์ สุทธิสัย. (2563). เชาวน์อารมณ์กับพฤติกรรมการจัดการกับความขัดแย้งในการทำงาน: กรณีศึกษาพนักงานระดับปฏิบัติการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. รายงานวิจัย. ทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.
อคิน รพีพัฒน์. (2551). วัฒนธรรมคือความหมาย: ทฤษฎีและวิธีการของคลิฟฟอร์ด เกียร์ซ. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).
Greertz, C. (1973). The Interpretation of Cultures. New York: Basic Books.
Stoycheva, D. S. (2018). Analysis of the relationship between religion and forgiveness. Northern Iowa: University of Northern Iowa.
Sirgiovanni, E., et al. (2023). The Moralizing Effect: self-directed emotions and their impact on culpability attributions. Frontiers in Integrative Neuroscience, 12(4), 1-12.
Taylor, J. (2006). “Virtue and the Evaluation of Character”. The Blackwell Guide to Hume’s Treatise. edited By Saul TraiGer. Oxford: Blackwell Publishing Ltd.
Roth, J. K. (1988). Frederick Sontag. The Questions of Philosophy. California: Wadsworth Publishing Company.
Tangney, J. P., et al. (2007). Moral Emotions and Moral Behavior. Annual Review of sychology, 58(6), 347.
Derrida, J. (n.d.) To Forgive: The Unforgivable and the Imprescriptible, in QUESTIONING GOD 21 (John D.Caputo et al. eds., 2001). Compare also the transcription of the interview For a Justice to Come: AnInterview with Jacques Derrida, THE BRUSSELS TRIBUNAL. Retrieved [2004, February 19] www.brusselstribunal.org.
Lou Marinoff. (2551). The big questions ชีวิตนี้มีคำถาม. แปลโดย สุรพงษ์ สุวจิตตานนท์. กรุงเทพมหานคร: มายด์.
Moral, S. (2014). Conscience Through the Ages. Oxford: Oxford University Press.