การสืบทอดธุรกิจครอบครัวของสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน

Main Article Content

อัชญา จุลชาต
ศักดิพันธ์ ตันวิมลรัตน์
มัทนา วังถนอมศักดิ์
สายสุดา เตียเจริญ

บทคัดย่อ

          บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบการสืบทอดธุรกิจครอบครัวของสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนและ 2) ยืนยันองค์ประกอบการสืบทอดธุรกิจครอบครัวของสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ประชากร ได้แก่ สถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนที่เป็นสมาชิกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 201 แห่ง กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเครจซีและมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งประเภท ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ เจ้าของทายาท หรือผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน จำนวน 201 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง, เอกสารวิชาการเฉพาะเรื่องโมโนกราฟ, และแบบสอบถามความคิดเห็น การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา และปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ก่อนนำไปทดลองใช้และวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เพื่อให้เครื่องมือมีความเหมาะสมและเชื่อถือได้ ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.985 สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และการวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. องค์ประกอบการสืบทอดธุรกิจครอบครัวของสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ประกอบด้วย3 องค์ประกอบหลัก และ 56 ตัวแปรสังเกตได้ ได้แก่ 1) ด้านครอบครัว จำนวน 18 ตัวแปร เน้นการวางแผนถ่ายโอนอำนาจอย่างเป็นระบบ การรักษาอุดมการณ์ของผู้ก่อตั้ง และความยืดหยุ่นของกฎเกณฑ์ภายในครอบครัว 2) ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ จำนวน 21 ตัวแปร เน้นการบริหารงานแบบมืออาชีพ การปรับตัวของสถานศึกษา และการบริหารเพื่อความอยู่รอดขององค์กร และ 3) ด้านบริบทของการสืบทอด จำนวน 17 ตัวแปร เน้นคุณลักษณะของทายาท เช่น ความซื่อสัตย์ โปร่งใส จริงใจ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน และการได้รับการยอมรับจากบุคลากร 2. พบว่าองค์ประกอบการสืบทอดธุรกิจครอบครัวของสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ ด้านครอบครัว ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ และด้านบริบทของการสืบทอด รวม 56 ตัวแปร และโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่ในเกณฑ์ดี

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์. (2554). วางแผนสืบทอดธุรกิจครอบครัวอย่างยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.

นวพล วิริยะกุลกิจ และคณะ. (2537). การสืบทอดธุรกิจครอบครัว. กรุงเทพมหานคร: การเงินธนาคาร.

ผู้จัดการสุดสัปดาห์. (2564, 20 สิงหาคม). ยุคล่มสลาย ร.ร. เอกชน จ่อเลิกกิจการนับพันแห่ง. ผู้จัดการออนไลน์. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 1 มีนาคม 2568 จาก https://mgronline.com

พีรพงศ์ ทิพนาค และอาลิสา กสิณธร. (2563). แนวทางในการสืบทอดกิจการโรงเรียนเอกชนให้ประสบผลสำเร็จ. วารสารวิชาการการบริหารการศึกษา, 12(2), 45-60.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2567). นโยบายการพัฒนาอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 1 มีนาคม 2568 จาก https://www.vec.go.th

เอกชัย อภิศักดิ์กุล. (2561). การบริหารธุรกิจครอบครัว ศาสตร์และศิลป์ของความยั่งยืน. กรุงเทพมหานคร: ทริปเพิ้ลเอ็ดดูเคชั่น.

EY and Kennesaw State University. (2015). Staying Power: How Do Family Businesses Create Lasting Success? Retrieved March 1, 2025 from https://przedsiebiorcaroku.pl

Everett, M., and Draper, B. (1997). Nine Characteristics of a Successful Family Business. Retrieved March 1, 2025 from https://www.businessnhmagazine.com

Gersick, K. E., et al. (1997). Generation to Generation Life Cycle of the Family Business. Boston: Harvard Business School Press.

Krejcie, R. V., and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

PricewaterhouseCoopers (PwC). (2014). Bridging the Gap: Handing Over the Family Business to the Next Generation. Research Report. Retrieved March 1, 2025 from http://www.pwc.com

Poza, E. J., and Daugherty, M. S. (2014). Family Business (4th ed.). Ohio: South-Western Cengage Learning.

Woodall, J., and Winstanley, D. (1998). Management Development: Strategy and Practice. Oxford: Blackwell Publishers.