การพัฒนาเกษตรกรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำแพงเพชรในเขตปฏิรูปที่ดินทุ่งคอกวัว ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร

Main Article Content

พระประพันธ์ พลวุฑฺโฒ.
สมคิด พุ่มทุเรียน

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาเกษตรกรของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำแพงเพชรในเขตปฏิรูปที่ดินทุ่งคอกวัว และ 2. นำเสนอแนวทางการพัฒนาเกษตรกรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำแพงเพชรในเขตปฏิรูปที่ดินทุ่งคอกวัว ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มเกษตรกร โดยการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) สำรวจกลุ่มเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทุ่งคอกวัว จำนวน 400 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ เพื่อหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียรสัน และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 17 คน และใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา


ผลการวิจัยพบว่า


  1. ความสัมพันธ์ระหว่างการพัฒนาเกษตรกรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาเกษตรกรของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำแพงเพชรในเขตปฏิรูปที่ดินทุ่งคอกวัว ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร พบว่า โดยภาพรวมความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับปานกลาง ด้านความพอประมาณกับด้านการจัดที่ดิน มีค่าความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงสุด (X1, Y1 = 0.64) และด้านการจัดที่ดินกับด้านการมีภูมิคุ้มกัน (X3, Y1 = 0.61) และมีค่าความสัมพันธ์อยู่ในระดับต่ำสุด คือ ด้านการมีภูมิคุ้มกันกับด้านการคุ้มครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (X3, Y4 = 0.13)

  2. แนวทางการพัฒนาเกษตรกรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดกำแพงเพชรในเขตปฏิรูปที่ดินทุ่งคอกวัว ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร พบว่า ด้านการจัดที่ดิน คือ เกษตรกรต้องมีการจัดแบ่งพื้นที่ดินในการเพาะปลูก และมีแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการทำการเกษตร ด้านการสร้างมูลค่าที่ทำกิน คือ เกษตรกรต้องมีการเพาะปลูกพืชหมุนเวียน และปลูกพืชผักไว้ เพื่อบริโภคในครัวเรือนในพื้นที่ดินของตนเอง ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร คือ เกษตรกรต้องสามารถพึงพาตนเองได้ และการวางแผนปรับเปลี่ยนการผลิต ด้านการคุ้มครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรม คือ เกษตรกรต้องมีสิทธิ์ในพื้นที่ดินเพื่อทำการเกษตร และให้ตกทอดไปสู่บุตรหลาน

Article Details

บท
บทความวิจัย

References

1. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงศึกษาธิการ. การสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ 2551. (อัดสำเนา).

2. จารุวรรณ บัวทุม. (2556). การพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกรณีศึกษาสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรสาขาจังหวัดพิจิตร. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

3. ชลิต ศานติวรางคณา และดิเรก ธรรมารักษ์. (2558). คุณภาพชีวิตของเกษตรกร: กรณีศึกษาในเขตพื้นที่ภาคกลาง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 7(2).

4. ดรุณศักดิ์ ตติยะลาภะ. เจด็จ คชฤทธ. (2560). ศึกษาการสร้างตัวแบบการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ตำบลพืชอุดม อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิจัยและพัฒนา, 12(2).

5. ผาสุก พงษ์ไพจิตร. (2557). สู่สังคมไทยเสมอหน้า. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน.

6. ยิ่งศักดิ์ ไกรพินิจ, ธีระวัฒน์ จันทึก, พิทักษ์ ศิริวงศ์. (2560). การจัดการการเกษตรสมัยใหม่ของประเทศไทย”. วารสารวิจัยและพัฒนา, 12 (2).

7. วริพัสย์ เจียมปัญญารัช. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความยั่งยืนของเกษตรกรอินทรีย์ของไทย: บทเรียนจากเกษตรกรรายย่อย. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 20(1).

8. สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดกำแพงเพชร. เอกสารสำนักงาน 2561. (อัดสำเนา).

9. สุพัดชา โอทาศรี. (2554). การดำรงอยู่ของอาชีพชาวนาไทย: กรณีศึกษาชาวนาจังหวัดลพบุรี. (วิทยานิพนธ์ศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต). คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.