รูปแบบการส่งเสริมการประกันคุณภาพภายในแนวใหม่ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ในเขตภาคเหนือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบ แนวทาง สภาพ ปัญหา และวิเคราะห์องค์ประกอบ 2) สร้างรูปแบบ และ 3) ประเมินรูปแบบการส่งเสริมการประกันคุณภาพภายในแนวใหม่ของสถานศึกษา เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน โดยใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.960 สร้างรูปแบบโดยการประชุมเชิงปฏิบัติการ และตรวจสอบรูปแบบและคู่มือโดยการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน ประเมินรูปแบบโดยการประชุมประชาพิจารณ์จากผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครู จำนวน 33 คน วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความเบ้ ความโด่ง ค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์ ค่าสถิติทดสอบความสัมพันธ์ และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ผลการวิจัย พบว่า 1) การศึกษาองค์ประกอบ และแนวทางได้ 10 องค์ประกอบ ประกอบด้วยการวิเคราะห์สภาพและบริบท การวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาทันต่อการเปลี่ยนแปลง การดำเนินการตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษามีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ การดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา การประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การกำกับ ติดตามการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล การทบทวนคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัล การร่วมรับผิดชอบ และประโยชน์ต่อส่วนรวม การศึกษาสภาพในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.47, S.D. = 0.60) การศึกษาปัญหาพบว่ามีปัญหาน้อยมาก 2) การสร้างรูปแบบมีความถูกต้องอยู่ในระดับมาก (
= 4.39, S.D. = 0.68) และความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.54, S.D. = 0.54) 3) การประเมินรูปแบบมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.82, S.D. = 0.38) และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.77 S.D. = 0.42) ประกอบด้วย 8 ส่วน ได้แก่ 1) หลักการและแนวคิด 2) วัตถุประสงค์ 3) ปัจจัยนำเข้า 4) กระบวนการ 5) ผลผลิต 6) ผลลัพธ์ 7) ผลกระทบ 8) ปัจจัยที่ส่งเสริมความสำเร็จ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
จิณณวัตร ปะโคทัง. (2561). ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลสำหรับผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ. อุบลราชธานี : มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
เฉลิมพร กุมภา และทีปพิพัฒน์ สันตะวัน. (2564). รูปแบบการบริหารงานประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็ก. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(2), 23-25.
นุชนารถ แซ่โค้ว และภูมิพิพัฒน์ รักพรมงคล. (2567). แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของครู กลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพศูนย์การศึกษาพิเศษ กลุ่มเครือข่ายที่ 8. วารสารวิจยวิชาการ, 7(5), 315–328.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
พัฒนรินทร์ จันทะรัตน์. (2565). รูปแบบการพัฒนาทีมงานที่มีประสิทธิผล เพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาประถมศึกษาขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 7(12), 202-219.
ไพฑูรย์ แจ่มพันธ์. (2560). กลยุทธ์การบริหารระบบการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอบุลราชธานี เขต 1. (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยนอร์ท กรุงเทพ.
ภูมิพิพัฒน์ รักพรมงคล. (2564). หลักการทฤษฎีและปฏิบัติทางการบริหารการศึกษา. กำแพงเพชร : เกรียงไกรพานิชย์.
ละมูล เหล่าทอง และภูมิพิพัฒน์ รักพรมงคล. (2563). รูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรีย ระดับมัธยมศึกษาในเขตภาคเหนือตอนล่าง. วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ, 10(1), 79-82.
ศิริพร สกุลไทย และภูมิพิพัฒน์ รักพรมงคล. (2566). แนวทางพัฒนาการมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิจิตร. วารสารครุศาสตร์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร, 7(14), 27–46.
สมชาย เผือกตระกูลชัย. (2563). รูปแบบการบริหารจัดการการประกันคุณภาพภายในเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ภาค 17. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ.
สมพร สังวาระ. (2563). รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า. (ผลงานทางวิชาการเพื่อขอเลื่อนวิทยฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนเชี่ยวชาญ). กระทรวงศึกษาธิการ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ (องค์การมหาชน). (2567). ประกาศนโยบายการดำเนินการประกันคุณภาพภายนอกสถานศึกษาตามกรอบแนวทาง
การประกันคุณภาพภายนอก (พ.ศ. 2567-2571). เข้าถึงได้จาก https:// www.facebook.com/onesqa /posts/ประกาศ-สมศนโยบายการดำเนินการประกันคุณภาพภายนอกสถานศึกษาตามกรอบแนวทางการประกันคุณ/837137965124275/
สำนักทดสอบทางการศึกษา. (2561). ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ : สำนักทดสอบทางการศึกษา.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2561). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพรรณี นวมนาค. (2565). รูปแบบการบริหารงานประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาเอกชนจังหวัดกำแพงเพชร. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.
สุภัค พวงขจร. (2561). การพัฒนารูปแบบการประกันคณุภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยวิธีการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์. (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและพัฒนาทางการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.
Comrey, A. L. & Lee, H. B. (1992). A First Course in Factor Analysis. (2nd ed.). Hillsdale, NJ : Lawrence Erlbaum.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.