แนวทางการป้องกันและเฝ้าระวังการต่อต้านการทุจริตในภาครัฐ โดยเครือข่ายภาคประชาสังคม จังหวัดนครสวรรค์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) ศึกษาการก่อตัวของเครือข่ายภาคประชาสังคม ในการป้องกันและเฝ้าระวังต่อต้านการทุจริตในภาครัฐ 2) ศึกษาปัญหาการป้องกันและเฝ้าระวังต่อต้านการทุจริตในภาครัฐ และ 3) หาแนวทางการป้องกันและเฝ้าระวังต่อต้านการทุจริตในภาครัฐ โดยเครือข่ายภาคประชาสังคม จังหวัดนครสวรรค์ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ทำการสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่มกับกลุ่มเป้าหมาย คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐสำนักงาน เขต 6 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เครือข่ายภาคประชาสังคม STRONG จิตพอเพียงต่อต้านทุจริต และสมาคมวิชาชีพสื่อมวลชนในจังหวัดนครสวรรค์ ผลการวิจัย พบว่า 1) เครือข่ายภาคประชาสังคม ก่อตัวจากสมาชิกทั้ง 5 กลุ่ม มุ่งส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต จัดทำบันทึกความร่วมมือเป็นคณะทำงานศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมในการต่อต้านการทุจริต 2) พบปัญหาความไม่สอดคล้องของรายงานกับสถานการณ์จริง ข้อจำกัดของนโยบายไม่รับของขวัญมีบทลงโทษไม่ชัดเจน ขาดความร่วมมือจากหน่วยงานที่ถูกตรวจสอบ โครงสร้างอำนาจที่ซ้ำซ้อน ปัญหาทรัพยากรบุคคล ปัญหาการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ 3) แนวทางการป้องกันและเฝ้าระวังการต่อต้านการทุจริตในภาครัฐ โดยเครือข่ายภาคประชาสังคม จังหวัดนครสวรรค์ (3.1) ส่งเสริมการขยายตัวของเครือข่ายภาคประชาสังคม เชิญภาครัฐและเอกชนให้มาเป็นคณะทำงานของศูนย์ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคม จังหวัดนครสวรรค์ (3.2) ส่งเสริมการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ เน้นการส่วนร่วมของประชาชนเป็นสำคัญ (3.3) จัดทำยุทธศาสตร์การปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ บังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ใช้เทคโนโลยีในการติดตามตรวจสอบ (3.4) ขับเคลื่อนและกำกับนโยบายอย่างเคร่งคัด โปร่งใส ตรวจสอบได้ บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน สร้างความเชื่อมั่นและเสริมสร้างวัฒนธรรมสุจริตในสังคมอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กัญจิรา วิจิตรวัชรารักษ์ และคณะ. (2565). วิธีป้องกันและปราบปรามการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ. วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. 2(2): 37-51.
จารุวรรณ สุขุมาลพงษ์. (2556). แนวโน้มของคอรัปชั่นในประเทศไทย. กรุงเทพฯ : สำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร.
จุไรรัตน์ จุลจักรวัฒน์. (ม.ป.ป.). เอกสารประกอบการสอนวิชาธรรมภิบาลจิตสำนึกสาธารณะ. เชียงใหม่ : ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
เชิงฐิภัทร เอียดแก้ว. (2549). การทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขายุทธ์การพัฒนา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต.
พระมหาไทยน้อย ญาณเมธี และคณะ. (2561). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจภาครัฐภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. วารสารบัณฑิตแสงโคมคำ. 3(2): 196-213.
พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2565. (2565, 26 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 139 ตอนที่ 52 ก, หน้า 15-20.
พระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2551. (2551, 24 มกราคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 125 ตอนที่ 21 ก, หน้า 1-28.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 ตอนที่ 40 ก, หน้า 1-90.
สัมฤทธิ์ ยศสมศักดิ์. (2549). รัฐประศาสนศาสตร์ แนวคิดและทฤษฎี. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอร์เน็ท.
สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ. (2539). ประชาสังคมกับการพัฒนาสุขภาพ บทวิเคราะห์ทางวิชาการ ประชาสังคม : ดุลยภาพใหม่เพื่อสุขภาพ. กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
อภิสิทธิ์ หนุนภักดี. (2552). ธรรมาภิบาลในองค์การภาคประชาสังคม. (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
Chansarn, S. (2013). Corruption and Income Inequality in Society : A Cross- Country Review. Songklanakarin. Journal of Social Sciences and Humanities, 19(3), 35-59.