การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำของนักการเมือง ท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมและคุณสมบัติของผู้นำทางการเมืองที่ส่งเสริมภาวะผู้นำของนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี 2) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการบูรณาการหลักพุทธธรรมที่สามารถประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมภาวะผู้นำของนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี 3) เพื่อสร้างต้นแบบนวัตกรรมด้านการพัฒนาภาวะผู้นำของนักการเมืองท้องถิ่นโดยใช้หลักพุทธธรรม เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างยั่งยืนในบริบทของชุมชนท้องถิ่นท้องถิ่น ในจังหวัดนนทบุรี ด้วยหลักปาปณิกธรรม 3 ใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างด้วยแบบสอบถามจากประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ในจังหวัดนนทบุรี 400 คน จากการใช้สูตรของทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ และการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา พบว่า 1) การบูรณาการ หลักปาปณิกธรรม 3 พบว่า นักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดนนทบุรีมีภาวะผู้นำโดยรวมในระดับมาก ( = 3.99, S.D. =.373) ทั้งในด้าน จักขุมา วิธุโร และนิสสยสัมปันโน รวมถึงคุณสมบัติผู้นำทั้งความรู้ ความสามารถ จริยธรรม และความเป็นผู้นำ ซึ่งสามารถทำนายภาวะผู้นำได้สูงถึง 91.20% ขณะที่หลักปาปณิกธรรม 3 สามารถทำนายได้ 89.40% อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 2) ลักษณะภาวะผู้นำ แบบชี้นำ ที่มุ่งวิสัยทัศน์จากข้อมูลจริง แผนการจัดการเป็นระบบ และการสื่อสารโปร่งใส แบบสนับสนุน ที่ทำหน้าที่โค้ช ใช้นวัตกรรมและสร้างพื้นที่ปลอดภัย ลดช่องว่างอำนาจ แบบมีส่วนร่วม ที่เปิดโอกาสประชาชนเข้าร่วมผ่านเทคโนโลยีและเวทีสาธารณะ แบบมุ่งความสำเร็จ ที่ตั้งเป้าหมายท้าทาย ใช้แนวทางการทำงานที่ยืดหยุ่น และสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน และ3) แผนปฏิบัติการต้นแบบ เป็นกระบวนการครบวงจร ตั้งแต่ วิเคราะห์บริบท ประเมินภาวะผู้นำ ออกแบบและฝึกอบรม ปฏิบัติ ติดตาม ขยายผลสู่ความยั่งยืน โดยใช้ ข้อมูลและความโปร่งใส เป็นหัวใจ ผ่านการประเมิน 360 องศา และโครงการนำร่องที่ตรวจสอบได้จริง แผนนี้สามารถต่อยอดเป็นแพลตฟอร์มการพัฒนาผู้นำท้องถิ่นที่ใช้ซ้ำได้ในพื้นที่อื่นอย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กรณิศ ส่อนชัย, เพิ่ม หลวงแก้ว, & ภีชญา จงอุดมการณ์. (2566). การกระจายอำนาจทางการปกครองสู่ท้องถิ่นกับปัญหาโครงสร้างงานของรัฐ: กรณีด้านสุขภาพ. วารสารปัญญาปณิธาน, 8(2), 212–215.
ดาวนภา เกตุทอง. (2563). การกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสาร MCU เพชรบุรีปริทรรศน์, 3(2), 49–57.
ทองอินทร์ มนตรี. (2567). การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น: การกระจายอำนาจที่ยังไม่เป็นจริง. วารสารชัยมงคลปริทรรศน์, 1(2), 42–55.
ไททัศน์ มาลา. (2560). 120 ปี การปกครองท้องถิ่นไทย (พ.ศ. 2440–2560): พัฒนาการและเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ของรัฐไทย. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 5(1), 344–357.
พรเศรษฐี วุฒิปัญญาอิสกุล. (2562). การบูรณาการหลักธรรมาธิปไตยเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองของนักการเมืองในจังหวัดนครราชสีมา
พระครูสังฆรักษ์ภูวนน ธีรวทฒโน (เริ่มศรี). (2565). ภาวะผู้นำตามหลักทุติยปาปณิกสูตร ของผู้บริหารโรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา จังหวัดขอนแก่น. วารสารพัฒนาการเรียนรู้สมัยใหม่ (Journal of Modern Learning Development), 7(3), 210–221.
ไพบูลย์ สุขเจตนี. (2564). ความไว้วางใจทางการเมืองของประชาชนที่มีต่อนักการเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 10(1). 267-276
ไพรวรรณ จงรักศักดิ์. (2563). การประยุกต์หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้นำท้องถิ่น
สุทธินันท์ สุวรรณวิจิตร, & บุญเรือง เตชะวิวัฒน์กุล. (2564). การกระจายอำนาจการปกครอง (Regime Decentralization). วารสารมหาจุฬานครทรรศน์, 8(5), 124–135.
สุภาภรณ์ ศิริคำ. (2565). ภาวะผู้นำทางการเมืองกับการบริหารงานท้องถิ่นในยุคดิจิทัล. วารสารนวัตกรรมการบริหาร, 6(1), 85–99.