วิเคราะห์แนวทางเสริมสร้างความสุขของครอบครัวตามหลักพระพุทธศาสนา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาของครอบครัวไทย 2) ศึกษาการเสริมสร้างความสุขของครอบครัวตามหลักพระพุทธศาสนา และ 3) วิเคราะห์แนวทางการเสริมสร้างความสุขของครอบครัวตามหลักพระพุทธศาสนาสู่สังคมไทย งานวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลภาคสนามจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลจำนวน 25 รูป/คน โดยใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) ปัญหาครอบครัวไทยเกิดจากหลายมิติ ทั้งความรุนแรงในครอบครัว ความเครียดทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ที่ห่างเหิน การเสื่อมถอยของคุณธรรม และผลกระทบจากเทคโนโลยีที่อันส่งผลให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว ความห่างเหินทางความสัมพันธ์ การเสื่อมถอยของคุณธรรมจริยธรรม และภาวะเปราะบางทางอารมณ์ของสมาชิกในครอบครัว อย่างไรก็ตาม หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ทิศ 6 ฆราวาสธรรม 4 ศีล 5 และพรหมวิหาร 4 สามารถใช้เป็นกรอบแนวคิดสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ทั้งในด้านบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ คุณธรรมในการครองเรือน และการสร้างความมั่นคงทางจิตใจ 2) แนวทางเสริมสร้างความสุขของครอบครัวตามหลักพระพุทธศาสนาประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก ได้แก่ (1) โครงสร้างความสัมพันธ์ตามหลักทิศ 6 เพื่อจัดวางบทบาทพ่อแม่–บุตร คู่สมรส และเครือข่ายสังคมอย่างเหมาะสม (2) การพัฒนาคุณธรรมในการดำเนินชีวิตครอบครัว ด้วยฆราวาสธรรม 4 เพื่อสร้างความซื่อสัตย์ ข่มใจ อดทน และเสียสละ (3) การสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางกายและจิตใจผ่านการประพฤติตามศีล 5 เพื่อลดปัญหาความรุนแรงและพฤติกรรมเสี่ยง และ (4) การพัฒนาความสัมพันธ์เชิงบวกด้วยพรหมวิหาร 4 เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นและลดความขัดแย้งภายในบ้าน และ 3) ผู้วิจัยได้สังเคราะห์องค์ความรู้เป็น “HAPPY Model” เป็นโมเดลเสริมสร้างความสุขของครอบครัวไทยตามหลักพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย H (Harmony) ความกลมเกลียวผ่านบทบาทและศีล 5, A (Affection) ความรัก–เมตตาตามพรหมวิหาร 4, P (Participation) การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตามหลักทิศ 6, P (Patience) ความอดทน–ข่มใจตามฆราวาสธรรม 4 และ Y (Yielding) การเสียสละเพื่อลดอัตตา โมเดลนี้สามารถใช้เป็นแนวทางเสริมสร้างความสุขครอบครัวไทยได้อย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ชูจิต พันธุมจินดา. (2564). กระบวนการพัฒนาการดำเนินชีวิตคู่เพื่อความสุขอย่างยั่งยืนโดยพุทธสันติวิธี. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาสันติศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ฐณัฏฐ์ อัฑฒ์ทิวัตถ์ธนา. (2567). ทฤษฎี PERMA: กุญแจสู่องค์กรแห่งความสุข. วารสารสังคมศึกษาปริทรรศน์, 1(1), 78-88.
พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต). (2542). ธรรมกับไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ : กองทุนวุฒิธรรมเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม.
พีรพงษ์ ปราบริปู. (2567). ความสุขพอเพียง กุญแจสู่สุขภาวะของบุคลากรโรงพยาบาลชุมชน. วารสารเศรษฐศาสตร์ประยุกต์และกลยุทธ์การจัดการ, 11(2), 198-217.
พูลศักดิ์ หอมสมบัติ. (2562). ครอบครัวรักษาศีล 5: รูปแบบและการเสริมสร้างวัฒนธรรมการดำรงชีวิตของครอบครัวไทยในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารพุทธศาสตร์มจร. อุบลราชธานี, 1(1), 55-64.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562. (2562, 22 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136 ตอนที่ 67 ก, หน้า 171-190.