จากดอยไร่หมุนเวียนสู่ป่าต้นน้ำศักดิ์สิทธิ์: การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน ภายใต้อิทธิพลทางศาสนาของชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้เป็นการศึกษานี้วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนดอยไทร บ้านห่างหลวง ตำบลนาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้อิทธิพลของการมาตั้งที่พักสงฆ์ โดยใช้กรอบทฤษฎีทุนทางสังคมของ Putnam และแนวคิดการจัดการทรัพยากรรวมของ Ostrom พบว่า การมาของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้างทุนทางสังคม (social capital) ผ่านกลไกทางศาสนาและการสร้างเครือข่ายความเชื่อใจ ส่งผลให้เกิดการจัดการทรัพยากรรวมที่มีประสิทธิภาพตามหลักการของ Ostrom อันประกอบด้วย การกำหนดขอบเขตทรัพยากรที่ชัดเจน การสร้างกฎเกณฑ์ร่วม การตัดสินใจแบบมีส่วนร่วม และระบบการควบคุมดูแลโดยชุมชน การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินจากไร่หมุนเวียนสู่การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การหยุดใช้สารเคมีเกษตรด้วยฉันทามติร่วม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบมีส่วนร่วม กลไกการตัดสินใจแบบไม่บังคับแต่อาศัยความสมัครใจ สะท้อนการประยุกต์หลักการทางสังคมไทยที่เน้นการสร้างความสมานฉันท์ การศึกษาเผยให้เห็นว่า ทุนทางสังคมในรูปแบบความเชื่อใจ บรรทัดฐานการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเครือข่ายทางสังคมที่เชื่อมโยงผ่านศาสนาพุทธ เป็นปัจจัยหลักในการสร้างสถาบันจัดการทรัพยากรร่วมที่ยั่งยืน แบบอย่างดอยไทรแสดงศักยภาพการขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นๆ แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่และความต่อเนื่องในการถ่ายทอดค่านิยมสู่คนรุ่นใหม่เพื่อความยั่งยืนระยะยาว
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กัมปนาท แก้วนำ. (2566). การศึกษาบทบาทพระสงฆ์กับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ : กรณีศึกษา วัดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่. วารสารธรรมสาส์น, 2(1), 67–76. สืบค้น จาก https://so10.tci-thaijo.org/index.php/JDSN/article/view/1705
เดือนนภา ภู่ทอง. (2561). การจัดการป่าชุมชนเพื่อความยั่งยืน โดยการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมสาธารณะและจารีตประเพณีท้องถิ่นในพื้นที่ภาคเหนือ. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, 6(2), 80–94.
ปฏิพัทธ์ เพชรศรี. (2568). บทบาทของสภากาแฟกับการเมืองไทยในมิติชุมชน กรณีศึกษาอำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารสันติสุขปริทรรศน์, 6(1), 324–333. สืบค้น จาก https://so09.tci-thaijo.org/index.php/JPP/article/view/5141
พระเอกลักษณ์ อชิโต (นกทอง). (2560). การมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ในการอนุรักษ์ป่าชายเลนในจังหวัด สมุทรสงคราม. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 6(2-02), 557–570. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jssr/article/view/242197
พระอาจารย์บุญรอด รัตนโชโต. (2567, 25 ตุลาคม). การจัดการทรัพยากรชุมชนและการพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่ดอยไทร [การสัมภาษณ์]. พระครูสุตวัฒนบัณฑิต, ผู้สัมภาษณ์.
วัลลภัช สุขสวัสดิ์. (2557). แนวคิดทุนทางสังคมของโรเบิร์ต ดี พัตนัม และข้อท้าทาย ROBERT D. PUTNAM’S CONCEPT OF SOCIAL CAPITAL AND ITS CHALLENGES. Srinakharinwirot Research and Development Journal of Humanities and Social Sciences, 6(11), 281–296. retrieved from https://so04.tci-thaijo.org/index.php/swurd/article/view/28475
อรทัย อินต๊ะไชยวงศ์. (2560). สิทธิชุมชนในการจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น, 1(1), 171–193.
Bastakoti, R. C., Shivakoti, G. P., & Shivakoti, G. P. (2017). Governing the Commons Through Understanding of Institutional Diversity: An Agenda for Application of Ostrom’s Framework in Managing Natural Resources in Asia. https://doi.org/10.1016/B978-0-12-805454-3.00003-7
DeFilippis, J. (2001). The myth of social capital in community development. Housing Policy Debate, 12(4), 781–806.
https://doi.org/10.1080/10511482.2001.9521429
Khairussalam, K., Zulaikha, S. N., Nur, R. I., & Maimunah, S. (2023). Analisis modal sosial dalam kepemimpinan kepala desa Sewangi: Studi kasus berdasarkan teori modal sosial Putnam. Religion, Education, and Social Laa Roiba Journal (RESLAJ), 6(2). doi:10.47467/reslaj.v6i2.5280
North, D. C. (1990). Institutions, institutional change and economic performance. Cambridge, England: Cambridge University Press.
Ostrom, E. (2015). Governing the commons: The evolution of institutions for collective action. Cambridge, England: Cambridge University Press.
Palomo, L. E., & Hernández-Flores, A. (2019). Application of the Ostrom framework in the analysis of a social-ecological system with multiple resources in a marine protected area. PeerJ, 7, e7374. doi:10.7717/peerj.7374
Phusara, A., & Satsang, S. (2021). Common-Pool Resource Management. Journal of International Studies, Prince of Songkla University, 11(2), 93–114. retrieved from https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jis/article/view/243948
Putnam, R. D., Leonardi, R., & Nanetti, R. Y. (1993). Making democracy work: Civic traditions in modern Italy. Princeton, NJ: Princeton University Press.
Suksawas, W., & Mayer, P. (2013). Does Social Capital Work in Thai Politics?. Humanities, Arts and Social Sciences Studies, 13(1), 75–98. retrieved from https://so02.tci-thaijo.org/index.php/hasss/article/view/