การจัดบริการสาธารณะของเทศบาลนครนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการจัดบริการสาธารณะ และ 2) เสนอแนวทางการจัดบริการสาธารณะของเทศบาลนครนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรได้แก่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จำนวน 76,055 คน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 384 คน โดยใช้ตารางสำเร็จรูปของเคร็จซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67 - 1.00 และค่าสัมประสิทธิ์ความเที่ยง 0.952 สถิติที่ใช้ คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 11 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และสรุปความ ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการจัดบริการสาธารณะของเทศบาลนครนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ภาพรวม อยู่ในระดับมาก ( = 3.88, S.D. = .50) และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจัดบริการที่ตรงเวลา (
= 3.91, S.D. = .53) รองลงมา คือ ด้านการจัดบริการอย่างต่อเนื่อง (
= 3.89, S.D. = .57) ด้านการจัดบริการอย่างเพียงพอ (
= 3.88, S.D. = .56) และด้านการจัดบริการอย่างก้าวหน้า (
= 3.86, S.D. = .65) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการจัดบริการอย่างเสมอภาค (
= 3.85, S.D. = .62) 2) แนวทางการจัดบริการสาธารณะของเทศบาลนครนครสวรรค์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ควรดำเนินการดังนี้ (1) ด้านการจัดบริการอย่างเสมอภาค ควรให้ความสำคัญกับการจัดบริการสาธารณะกับประชาชนทุกกลุ่มโดยเจ้าหน้าที่จะต้องไม่เลือกปฏิบัติ (2) ด้านการจัดบริการที่ตรงเวลา ควรกำหนดระยะเวลาการให้บริการแต่ละประเภทอย่างชัดเจนโดยไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องรอนาน (3) ด้านการจัดบริการอย่างเพียงพอ ควรให้ความสำคัญกับการสำรวจความต้องการของประชาชนเพื่อนำมาใช้วางแผนการบริการสาธารณะ (4) ด้านการจัดบริการอย่างต่อเนื่อง ควรจัดทำแผนบริหารความต่อเนื่องในการจัดบริการสาธารณะ และ (5) ด้านการจัดบริการอย่างก้าวหน้า พบว่า ควรมุ่งพัฒนาการจัดบริการสาธารณะโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัล และนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการให้บริการ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ชัยพร อินทะพรม. (2559). ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการให้บริการสาธารณะตามหลักสังคหวัตถุ 4 ของเทศบาลตำบลนาแซง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 5(1).
ฐิติยากร จันทร์งาม และเกษฎา ผาทอง. (2567). ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อการให้บริการสาธารณะตามหลักธรรมาภิบาลขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 7(3), 625–641. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMCR/article/view/5027
ณวัศพล พานทอง. (2561). ความพึงพอใจต่อการให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลท่าข้าม จังหวัดฉะเชิงเทรา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา]. คลังปัญญามหาวิทยาลัยบูรพา. https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/8574
ทรงกลด บ่อเกิด. (2561). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา]. คลังปัญญามหาวิทยาลัยบูรพา. https://buuir.buu.ac.th/handle/1234567890/7259
นันทวัฒน์ บรมานันท์. (2560). หลักกฎหมายปกครองเกี่ยวกับบริการสาธารณะ (พิมพ์ครั้งที่ 5). วิญญูชน.
เบญจมาศ สุทธิรักษ์. (2565). ประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะของระบบประปาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาตอก อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์].
พชรอรรคพล พรรคพล, สยามพร พันธไชย, พระครูสุตวรธรรมกิจ, และพระพลากร สุมงฺคโล (อนุพันธ์). (2566). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการสาธารณะของเทศบาลตำบลท่าสีดา อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 5(4), 359–372. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSSP/article/view/
264112
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1–90.
ศริลินทิพย์ สระสิทธิ์, ธนัสถา โรจนตระกูล, และกัมปนาท วงษ์วัฒน์พงษ์. (2567). การปรับเปลี่ยนองค์การภาครัฐสู่ยุค Digital 4.0: กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก. วารสารการบริหารและสังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 7(3), 233–244. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/assr/article/view/276260
สุกัญญา เอมอิ่มธรรม. (2563). การบริหารการบริการสาธารณะผู้สูงอายุในประเทศไทย. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุนารี แสนพยุห์. (2557). ความพึงพอใจของประชาชนที่มีต่อการให้บริการสาธารณะของเทศบาลตำบลโพธิ์ทอง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์].
เสาวลักษณ์ ดีมั่น. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา. (รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.
อมรรัตน์ สายใจ. (2562). การให้บริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. Journal of Roi Kaensarn Academi, 4(2), 1–17. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/246256
อรุณรุ่ง อังคณานนท์. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านการบริการสาธารณะและคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลอ่าวขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์].
อาชิรญาณ์ เจียประเสริฐ. (2566). ความพึงพอใจของประชาชนต่อการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลลำลูกกา อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 6(2), 337–345. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/SSRUJPD/article/view/266804
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
Millett, J. D. (1954). Management in the public service: The quest for effective performance. McGraw-Hill.