The Application of Sammappadhana for National Cultural Conservation
Main Article Content
Abstract
This academic article aimed to present the concept of conserving Thai culture by using Buddhist Dhamma principles. The results of the study found that in the conservation of national culture, the guidelines should be implemented in accordance with Sammappadhana which is a Dhamma principle in Buddhism as a framework. Therefore, the conservation of Thai culture should be carried out in 2 steps: 1) in the stage of exploring cultures in each community or area, there were 4 types consisting of phrasal culture, culture of folk traditions, material culture and folk art culture; and 2) in the cultural preservation stage, it should be carried out in 4 ways: the effort to prevent (Sangvarapadhana), the effort to abandon (Pahanapadhana), the effort to develop (Bhavanapadhana) and the effort to maintain (Anurakkhanapadhana).
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
References
กระทรวงวัฒนธรรม. (2562). ลักษณะวัฒนธรรมไทย. เข้าถึงได้จาก https://wiki.m-culture.go. th/wikipedia/index.php/ลักษณะวัฒนธรรมไทย.
ณัฐพงษ์ ถือดำ และคณะ. (2550). การจัดระบบพิพิธภัณฑ์สถาน เคหสถานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน. (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ปรมินท์ จารุวร. (2560). การสร้างภาพลักษณ์หมู่บ้านวัฒนธรรมจากคติชนบนเวทีการท่องเที่ยวที่บ้านหนองขาว ในประเพณีสร้างสรรค์ในสังคมไทยร่วมสมัย. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: หจก. ภาพพิมพ์ จำกัด.
ปวีณ์กร คลังข้อง. (2556). วัฒนธรรมวิจัยของครูในจังหวัดปัตตานี. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์.
พระครูวัชรสุวรรณาทร (ลูกชุบ ธมฺมโชโต). (2547). การประยุกต์ใช้อิทธิบาทธรรมเพื่อส่งเสริมกลยุทธ์การอนุรักษ์โบราณสถานของพระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 15. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิยาลัย.
พระคันธสาราภิวังค์. (2549). โพธิยปักขิยธรรม. กรุงเทพฯ: บริษัท บุญศิริการพิมพ์ จำกัด.
พระพรหมคุณาภรณ์, (2559). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์. (พิมพ์ครั้งที่ 28). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ผลิธัมม์.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. (2561, 13 ตุลาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 135 ตอนที่ 82 ก, หน้า 20.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 ตอนที่ 40 ก, หน้า 12.
ราชบัณฑิตสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. (2554). การทำนุบำรุงศาสนสถานและโบราณสถาน: อำนาจและวิธีการ. (รายงานการวิจัย). ศูนย์พุทธศาสน์ศึกษา: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส. (2550). นวโกวาท (ฉบับประชาชน). (พิมพ์ครั้งที่ 14). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
สัญชัย อินสิน. (2555). วัฒนธรรมไทยและประเพณีไทย. เข้าถึงได้จาก https://sites.google. com/site/sinchai2125/d13-1
อมรรัตน์ เทพกำปนาท. (2564). ความหมาย แนวคิดและประเด็นที่เกี่ยวกับ “วัฒนธรรม”. เข้าถึงได้จาก http://www.culture.go.th/study/2548/5/16.html 08/06/2008.