A Study of Preservation Movement for the Social and Cultural Rights of Cultural Communities and Historic Districts in Bangkok
Main Article Content
Abstract
The objectives of this research article were 1) to review the study of cultural communities and historical districts, especially in the field of social movements to protect the right to physical space, history and communities; and 2) to analyze and present policy recommendations for management and administration of urban areas for cultural community areas and historic districts of Bangkok. It was a qualitative research by studying relevant documents and research. Under the spatial boundary, they were communities and neighborhoods in the area of Bangkok. This paper reviewed community studies and research papers in Bangkok over five decades (1977-2017), including documents and legal provisions on community and historical site management to explore the scope and area of knowledge that studied social communities and culture that existed before and analyzing the management of cultural community areas and historical districts of Bangkok. It was found that community education and research in Bangkok had study limitations from both the study area, field of interest and level of work studied. This made it difficult to push study results into policy issues. From analysis of Thai legal measures related to the management of community areas and Historic districts in Bangkok, there was a gap in the law, which was unclear definition and not diverse as well as less emphasis on community and local participation in legislation. This research proposed that policy recommendations for equitable and sustainable urban management and administration of the cultural community and historic districts of Bangkok should avoid top-down policy and approaches, and consider management and acceptance from all parties. Workflows should have prototypes or models of workflows by participants involved in a tripartite format.
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
References
กิ่งเพชร ลีฬหาชีวะ. (2529). การศึกษาศักยภาพของคลองเพื่อการแก้ไขปัญหาทางผังเมืองของกรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์การวางแผนภาคและเมืองมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวางผังเมือง). บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิรพร แสงศิลป์. (2527). ลักษณะทางกายภาพที่เหมาะสมของตึกแถวในบริเวณกรุงรัตนโกสินทร์. (วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบชุมชนเมือง). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ชมพูนุท พบสุข. (2549). การแก้ปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของชุมชนบุกรุกพื้นที่ในเขตเมืองโดยการมีส่วนร่วม: กรณีศึกษาชุมชนคลองลำนุ่น กรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์การวางแผนภาคและเมืองมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวางผังชุมชน). คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชาติชาย ไชยสิทธิ์. (2528). การศึกษาเพื่อการพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ชั้นนอกด้านกายภาพ. (วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบชุมชนเมือง). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ณัฐพล แสงอรุณ. (2555). สิทธิที่จะอยู่ในเมือง: ภาพสะท้อนจากการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิการอยู่อาศัยของชุมชนบางบัว. วารสารวิจัยและสาระสถาปัตยกรรม/ผังเมือง, 9(1), 1-12.
ทวีเดช คงอ่อน. (2538). การศึกษาคุณค่าสภาพแวดล้อมเมืองและชุมชนกรุงธนบุรีเพื่อการอนุรักษ์. (วิทยานิพนธ์การวางแผนภาคและเมืองมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวางผังเมือง). บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทัศนะ สิงหศิลารักษ. (2555). การศึกษาปัญหาการพัฒนาเมือง กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศกรรมโยธา). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
เทียมสูรย์ สิริศรีศักดิ์. (2543). การศึกษาเพื่อการอนุรักษ์ย่านนางเลิ้ง. (วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิตมหาบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรม). คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นวลจันทร์ ทองไม้ผา. (2522). การจัดผังเฉพาะย่านการค้าธุระกิจกลางเมือง (บริเวณสัมพันธวงศ์-ราชวงศ์). (วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบชุมชนเมือง). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
มติชน. (2559, 28 มีนาคม). กทม. ปิดป้ายไล่ “ชุมชนป้อมมหากาฬ” ขีดเส้น 30 เม.ย. ชาวบ้านถามให้ไปอยู่ไหน. มติชนออนไลน์. เข้าถึงจาก https://www.matichon.co.th/local /news_86323
ยงธนิศร์ พิมลเสถียร. (2556). การปรับปรุงฟื้นฟูเมืองและการอนุรักษ์เมือง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วรี จิระรัตน์พันธ์. (2550). แนวทางการพัฒนาย่านเสาชิงช้า กรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์การวางแผนภาคและเมืองมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวางผังเมือง). คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วลีพร พจนะวาที. (2549). ผลกระทบของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบางซื่อที่มีต่อชุมชนและพื้นที่โดยรอบ. (วิทยานิพนธ์การวางแผนภาคและเมืองมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวางผังเมือง). คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมพงษ์ พัดปุย. (2527). สภาพสิทธิของสลัม: มองจากแง่เศรษฐกิจสังคมและการพัฒนา. กรุงเทพฯ: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สร้อยสุข พงษ์พูล. (2553). แนวทางการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานคร. เข้าถึงจาก http://chmthai.onep.go.th/chm/city/document/แนวทางการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกทม.pdf
สินีนาฏ วงศ์สวัสดิ์. (2545). การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหลังการรื้อถอนย้ายจากชุมชนใต้สะพาน. (วิทยานิพนธ์เคหพัฒนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเคหการ). คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภา รุจิรกุล. (2545). แนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ศูนย์กลางเก่า: กรณีศึกษาย่านวงเวียนใหญ่. (วิทยานิพนธ์การวางแผนภาคและเมืองมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวางผังเมือง). คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โสภณ จงสมจิตร. (2530). การศึกษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์สถานที่เกาะเมืองรัตนโกสินทร์ชั้นใน. (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Huchzermeyer, M. (2014). Invoking Lefebvre's ‘right to the city’ in South Africa today: A response to Walsh. City, 18(1), 41-49.
Lees, L., Shin, H. B., and Lopez-Morales, E. (2016). Planetary gentrification. Cambridge: Polity.
Parker, S. (2003). Urban theory and the urban experience. London: Routledge.