การประเมินความต้องการจำเป็นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาในภาคกลางของประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาในภาคกลางของประเทศไทย การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาจำนวน 176 คน ที่ได้จากการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.982 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง ผลการวิจัยพบว่า การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาโดยรวมมีสภาพปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.49, S.D. = 0.62) สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.63, S.D. = 0.46) และมีค่า PNImodified เท่ากับ 0.33 ซึ่งอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบพบว่า องค์ประกอบที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ โครงสร้างและระบบสารสนเทศในการบริหาร (PNImodified = 0.34) การบริหารความปลอดภัยและความยั่งยืนดิจิทัล (PNImodified = 0.33) และกลยุทธ์ดิจิทัลและการกำกับเชิงนโยบาย (PNImodified = 0.33) การวิจัยเสนอกรอบแนวทางที่สังเคราะห์จากผลการวิจัย ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ภาวะผู้นำไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่โรงเรียนขาดโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสารสนเทศ และบุคลากรที่มีสมรรถนะเพียงพอในการแปลงภาวะผู้นำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดสรรงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สร้างกลไกสนับสนุนทางเศรษฐกิจ และกำหนดมาตรฐานสมรรถนะดิจิทัลของบุคลากรทางการศึกษา
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
เกศราภรณ์ บัวศรี, ธัญเทพ สิทธิเสือ และศุภธนกฤษ ยอดสละ (2568). การพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 10(2), 183–195.
กมลชนก เพ่งผล และพรศักดิ์ สุจริตรักษ์. (2567). แนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 25(2), 566-579.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2559). แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. https://issuu.com/digitalthailand2016/docs/20160510_final_de_
plan_complete/1?e=24878519/30000297
ชินวัตร เจริญนิตย์, ภาณุพงษ์ บุญรมย์, และสุวิมล โพธิ์กลิ่น. (2566). สภาพและปัญหาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 17(2), 98-113.
ธนัชภัค เสถียรยุกต์ และอริสรา บุญรัตน์ (2568). การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 3. วารสารวิชาการสถาบันพัฒนาพระวิทยากร, 8(2), 184-196.
ธนิต วิชิต, สุนิสา วงศ์อารีย์ และพนายุทธ เชยบาล. (2566). ความต้องการจำเป็นและแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่21ของโรงเรียนสังกัดเทศบาลในจังหวัดหนองคาย. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(2), 41-54.
ศรวิษฐา บุตรนาแพง, วัชราภรณ์ เรืองสิทธิ์, และทรงเดช สอนใจ. (2568). การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารการศึกษาของผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1. วารสารสหศาสตร์การพัฒนาสังคม, 3(3), 863-881.
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2565). รายงานสถานภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสถานศึกษา. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1. (2565). รายงานสถานภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2564. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 1.
สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). รายชื่อ ร.ร.สังกัด สพฐ. ปี 2568/2 วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568. https://www.bopp.go.th/?page_id=878/DMC682_edit.xls
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การประเมินโครงการ: แนวคิดและการประยุกต์ใช้. (พิมพ์ครั้งที่ 10). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Aguilar, F. J. (1967). Scanning the business environment. Macmillan.
Best, J. W. (1977). Research in education. (3rd ed.). Prentice-Hall.
Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques. (3rd ed.). John Wiley & Sons.
Cohen, J. (1988). Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences. (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates, Publishers.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
Fullan, M. (2020). Leading in a culture of change. (2nd ed.). John Wiley & Sons.
International Society for Technology in Education (ISTE). (2018). ISTE standards for education leaders. https://www.iste.org/standards/iste-standards-for-edu
cation-leaders
Joshi, A., Kale, S., Chandel, S. & Pal, D. K. (2015). Likert scale: Explored and explained. British Journal of Applied Science & Technology, 7(4), 396-403.
Kaufman, R., & Herman, J. (1991). Strategic planning in education: Rethinking, restructuring, revitalizing. Technomic Publishing.
Nunnally, J. C., & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric theory. (3rd ed.). McGraw-Hill.
OECD. (2019). TALIS 2018 results (Volume I): Teachers and school leaders as lifelong learners. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/1d0bc92a-en
Pettersson, F. (2018). On the issues of digital competence in educational contexts: A review of literature. Education and Information Technologies, 23(3), 1005-1021.
Rovinelli, R. J. & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Tijdschrift Voor Onderwijs Research, 2(2), 49-60.
Sheninger, E. & Murray, T. C. (2017). Learning transformed: 8 keys to designing tomorrow's schools, today. ASCD.
Singh, A. (2013). A study of role of McKinsey's 7S framework in achieving organizational excellence. Organization Development Journal, 31(3), 39-50.
UNESCO. (2021). Reimagining our futures together: A new social contract for education. UNESCO Publishing.
Verma, J. P., Abdel-Salam, A. S. G. & Verma, P. (2020). Sample size determination and statistical power analysis using G* Power: A handbook. Springer Nature Singapore.
Voogt, J., & Roblin, N. P. (2012). A comparative analysis of international frameworks for 21st century competences: Implications for national curriculum policies. Journal of Curriculum Studies, 44(3), 299-321.
Watkins, R., Meiers, M. W. & Visser, Y. L. (2012). A guide to assessing needs: Essential tools for collecting information, making decisions, and achieving development results. The World Bank.