บทวิเคราะห์จากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณีอายุของอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ

Main Article Content

ธนธร ทาคำฟู

บทคัดย่อ

มหาวิทยาลัยราชภัฏคือสถาบันอุดมศึกษามีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายจัดตั้งมหาวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 ซึ่งเดิมมหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นสถาบันการศึกษาในการถ่ายทอดความรู้ในแขนงด้านการผลิตครูสู่สังคม จวบจนมีการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ด้วยการมีกฎหมายการศึกษาแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.2542 กำหนดไว้ว่าให้สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาเป็นนิติบุคคล ส่งผลให้มหาวิทยาลัยราชภัฏซึ่งในขณะนั้นมีสถานภาพเป็นสถาบันราชภัฏถูกยกระดับขึ้นเป็นมหาวิทยาลัย โดยมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 ในลำดับต่อมา กลุ่มสถาบันราชภัฏในขณะนั้นทั้ง 41 แห่งจึงมีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยตั้งแต่นั้นมา


ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของมหาวิทยาลัยราชภัฏ คือ อธิการบดี ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจบริหารงานของมหาวิทยาลัย ภายใต้หลักกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และอยู่ภายใต้การกำกับของสภามหาวิทยาลัยราชภัฏ     แต่ละแห่งนั้น การได้มาซึ่งตำแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยราชภัฏตั้งแต่เริ่มจัดตั้งเป็นมหาวิทยาลัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ไม่เคยมีปัญหาในการตีความด้านคุณสมบัติเรื่องอายุของผู้จะดำรงตำแหน่งอธิการบดี ดังจะเห็นได้ว่าได้มีการสรรหา เสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อเนื่องเรื่อยมาด้วยความเรียบร้อย จนกระทั่งศาลปกครองสูงสุดได้วางหลักไว้ในคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ 651/2561 โดยให้เพิกถอนการแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรีเนื่องจากเป็นผู้มีอายุเกินกว่า 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งโดยหลักแล้วคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดจะผูกพันเฉพาะคู่ความในคดี แต่จากคำพิพากษาในเรื่องนี้ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยไว้คล้ายกับจะให้เป็นแนวบรรทัดฐานว่าต่อไปในการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งอธิการบดีนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่งจะต้องคำนึงถึงคุณสมบัติว่าบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิการบดีจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปีเท่านั้น การพิพากษาออกมาเช่นนี้ย่อมมีผลกระทบกับมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งอื่น ๆ อีก 30 กว่าแห่ง เพราะมหาวิทยาลัยราชภัฎทุกแห่งล้วนอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 เช่นเดียวกัน การวางหลักการไว้ว่าผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปีจะมีผลอย่างไร เพราะที่ผ่านมามหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งก็มีการสรรหา และเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว อธิการบดีบางรายก็บริหารงานของมหาวิทยาลัยด้วยความเรียบร้อยจนครบวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว บางแห่งก็อยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามวาระอยู่ การทำคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเช่นนี้ย่อมสร้างความสั่นคลอนให้อธิการบดีที่มีอายุเกินกว่า 60 ปี อย่างแน่นอน


การออกมาพิพากษาเพิกถอนการสรรหาแต่งตั้งอธิการบดีที่มีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ ที่เกิดขึ้นในคำพิพากษาคดีของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี หากมองในรูปแบบของศาลปกครองเป็นที่พึ่งในการควบคุมการใช้กฎหมายอย่างยุติธรรมแล้ว กรณีนี้เราจะถือว่าเป็นการวางหลักกฎหมายเพื่อความยุติธรรมหรือถูกต้องตามที่ควรจะเป็นแล้วหรือไม่ หรือในคดีนี้ศาลได้พิพากษาไปตามพื้นฐานข้อมูลและหลักกฎหมายเป็นรายคดีด้วยเหตุที่ผู้ถูกฟ้องคดีสู้คดีอย่างไม่เต็มที่ในเชิงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอย่างแท้จริง ประเด็นนี้ยังเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบของประชากรชาวราชภัฏที่สังกัดทั่วประเทศเพราะผู้บังคับบัญชาคนใดที่จะมาบริหารมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องสำคัญ และการที่ศาลปกครองวินิจฉัยไปเช่นนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เรื่องนี้บุคลากรในแวดวงการศึกษาจึงพึงศึกษาวิเคราะห์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทาคำฟู ธ. (2019). บทวิเคราะห์จากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด กรณีอายุของอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ. วารสารนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 3(1), 35–51. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/lawcrru/article/view/172682
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494

พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2551

ลิขิต ธีรเวคิน, (2535). วิวัฒนาการการเมืองการปกครองไทย (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วิจิตร ศรีสอ้าน, (2518). หลักการอุดมศึกษา, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วัฒนาพาณิชย์ จำกัด.