ปัญหาสถานประกอบการสำหรับการประกอบธุรกิจ ตามคำนิยาม “สถานประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม” ของประเทศไทย

Main Article Content

ประทีป สลีอ่อน

บทคัดย่อ

ภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นภาษีที่รัฐจัดเก็บภาษีได้สูงสุดในบรรดาประเภทภาษีที่บังคับจัดเก็บตามกฎหมาย เหตุนี้รัฐจึงต้องบัญญัติกฎหมายเป็นการเฉพาะ เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีที่มีระบบตรวจสอบในตัวของระบบภาษีเอง เช่น การให้ผู้ประกอบการมีหน้าที่เก็บภาษีแทนรัฐ การออกใบกำกับภาษีขาย และการใช้เครดิตสำหรับการใช้ภาษีซื้อ ดังนั้นรัฐจึงได้ใช้เครื่องมือทางกฎหมายที่เรียกว่า “การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม” เป็นการคัดกรองคุณสมบัติของผู้ประกอบการก่อนเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ในการพิจารณามีหลายประการ เช่น ทางด้านความพร้อมทางด้านตัวบุคคล ประเภทธุรกิจที่ประกอบการ และสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ สถานที่ประกอบธุรกิจ หรือ “สถานประกอบการ” ตามคำนิยามตามมาตรา 77/1 (20) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขแต่อย่างใด


ปัจจุบันสภาพบริบททางสังคม เศรษฐกิจ หรือรูปแบบธุรกิจ รวมทั้งลักษณะของผู้ประกอบการมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากนับจากที่ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมาย อาทิ รูปแบบธุรกิจจากเดิมจำเป็นต้องหน้าร้าน แต่ปัจจุบันมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงเป็นแบบออนไลน์หรือ  e-Commerce ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน แม้กระทั่งนโยบายของรัฐดังจะเห็นได้จากสนับสนุนให้เป็นสังคมที่ไร้เงินสดตามนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือด้วยกฎหมายที่มีลักษณะปิดปากผู้ประกอบการค้า ตัวอย่างเช่น ภาษี  e-Payment ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 หรือแม้แต่แนวปฏิบัติของกรมสรรพากรเกี่ยวกับเรื่องการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เกี่ยวกับการพิจารณาสถานประกอบการที่ห้ามที่อยู่อาศัยประเภทอาคารชุดใช้เป็นสถานประกอบการค้าตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม


            สถานประกอบการของกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากรได้วางหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ในการพิจารณา ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 57 ข้อ (5) และ (6) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคม เศรษฐกิจในปัจจุบัน จึงควรมีการศึกษาและเปรียบเทียบเพื่อแก้ไขปัญหาสถานประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สลีอ่อน ป. (2021). ปัญหาสถานประกอบการสำหรับการประกอบธุรกิจ ตามคำนิยาม “สถานประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม” ของประเทศไทย. วารสารนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 6(1), 87–106. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/lawcrru/article/view/250481
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กรมสรรพากร. ผู้มีสิทธิจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม. https://vsreg.rd.go.th/jsp/FVATDetail.jsp. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2562.

ชินภัทร วิสุทธิแพทย์.“การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์.” วิทยานิพนธมหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2547.

ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม. คำสอนวิชากฎหมายภาษีอากร. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ: กรุงสยาม พับลิชชิ่ง, 2561.

เบญจรัตน์ สุวรรณทัต. “การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราว.” วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2558.

วิบูลย์ บุณยศิโรตม์. “ภาษีมูลค่าเพิ่มกับภาษีสรรพสามิต.” รัฐสภาสาร, ฉบับที่ 1. ปีที่ 40.

ศิรินันท์ ไทยานันท์. “การเครดิตภาษีซื้อที่เกิดขึ้นก่อนจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม.” วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2556.

สุเมธ ศิริคุณโชติ. ภาษีมูลค่าเพิ่ม : หลักการและหลักปฏิบัติในทางระหว่างประเทศ. กรุงเทพฯ: วิญญูชน, 2559.

สุเมธ ศิริคุณโชติ และคณะ. ภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร 2562. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์, 2562.

สำนักงานสถิติ. “โครงการ: สำมะโนประชากรและเคหะ ปี 2543.” http://statstd.nso.go.th/definition/projectdetail.aspx?periodId=85&, defprodefId =1113. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2564.

วิบูลย์ บุณยศิโรตม์. “ภาษีมูลค่าเพิ่มกับภาษีสรรพสามิต.” รัฐสภาสาร 40, ฉ.1 (ม.ค. 2535): 11.

Skatteverket. “Permanent establishment.” https://skatteverket.se/servicelankar/otherlanguages/inenglish/businessesandemployers/nonswedishbusinesseswithoperationsinsweden/permanentestablishmentinsweden.4.676f4884175c97df4191c82.html. accessed June 15, 2021.