การประเมินความเสี่ยงทางเครดิตของรัฐวิสาหกิจไทยด้วยความสัมพันธ์ของระดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตและความสามารถในการชำระหนี้
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำผลความสัมพันธ์ของระดับความน่าเชื่อถือทางเครดิตและความสามารถในการชำระหนี้มาใช้เป็นแนวทางในการประเมินความเสี่ยงทางเครดิตของรัฐวิสาหกิจ กลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังค้ำประกันและให้กู้ต่อ จำนวน 20 แห่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553-2564 โดยดำเนินการวิจัยแบบผสมผสานอย่างเป็นลำดับขั้นตอนในการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประกอบกับการสัมภาษณ์จากหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และทดสอบสมมติฐานโดยการวิเคราะห์การถดถอยโลจีสติก
การวิจัยนี้กำหนดตัวชี้วัดและค่าน้ำหนักจากค่าเฉลี่ยของตัวชี้วัดและค่าน้ำหนักที่หน่วยงานจัดระดับความน่าเชื่อถือใช้และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหาค่าสัมประสิทธิ์เพื่อกำหนดค่าน้ำหนักความเสี่ยงของความเสี่ยงแต่ละด้านโดยการประยุกต์ใช้จากทฤษฎีฟังก์ชั่นการผลิตแบบ Cobb-Douglas ผลการศึกษาพบว่ารัฐวิสาหกิจสามารถนำผลของระดับความน่าเชื่อถือทางเครดิต (Credit score: CS) ที่ประกอบด้วยความเสี่ยงด้านธุรกิจ (ร้อยละ 40) ความเสี่ยงด้านการเงิน (ร้อยละ 40) และความเสี่ยงด้านมหภาค (ร้อยละ 20) และความสามารถในการชำระหนี้ที่วัดจากตัวแปรสัดส่วนความสามารถในการชำระหนี้ (Debt Service Coverage Ratio: DSCR) ซึ่งได้ระดับค่าความเป็นไปได้ (Probability) เท่ากับ 0.0000 แสดงถึงค่า CS และ DSCR มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ค่าสหสัมพันธ์ (Coefficient) เท่ากับ -0.290665 ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองตัวแปรมีความสัมพันธ์กันมากและมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้าม และค่าความผันแปรของตัวแปรตอบสนอง (R-Squared) เท่ากับ 0.526985 ซึ่งแสดงถึงตัวแปรอิสระที่ใช้ในงานวิจัยสามารถอธิบายความผันแปรของค่าตัวแปรตามที่กระจายรอบค่าเฉลี่ยได้ปานกลาง ทั้งนี้ผลการวิจัยสามารถสะท้อนถึงความเป็นไปได้ของโอกาสผิดนัดชำระหนี้ (Probability of Default: PD) ของรัฐวิสาหกิจและนำมาประยุกต์ใช้ในการประเมินความเสี่ยงทางเครดิตได้
ผลจากการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงทางเครดิตทั้งที่เกิดจากปัจจัยภายในและภายนอก ความเสี่ยงในการค้ำประกันและการให้กู้ต่อ สามารถใช้เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแนวทางการปรับปรุงหลักเกณฑ์ ระเบียบและกฎหมายเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการค้ำประกันและการให้กู้ต่อ รวมถึงสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัยและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ธีรัชย์ อัตนวานิช. “การพัฒนาแบบจำลองสำหรับการบริหารหนี้สาธารณะ.” ผลงานวิชาการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง, (2552): 120.
ปราณิศา ชมทรัพย์. “ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อกรมธรรม์ประกันภัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล.” วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2564.
เปรมจิต เสาวคนธ์ และปัทมา โกเมนท์จำรัส. การวิเคราะห์ฟังก์ชั่นการผลิตเพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2546.
พฤทธ์สรรค์ สุทธิไชยเมธี. สถิติขั้นสูงเพื่อการวิจัยเชิงปริมาณทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ซีเอ็ด, 2563.
สงกรานต์ สมบุญ. ระบบการให้คะแนนเครดิตสำหรับการบริหารความเสี่ยงในพอร์ตสินเชื่อเพื่อการเกษตรของตลาดการเงินไทยชนบท. กรุงเทพฯ: เกษตรศาสตร์, 2558.
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ. กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการให้กู้ต่อของกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ: สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ, กระทรวงการคลัง, 2551.
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ. กฎกระทรวงกำหนดอัตราและเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันของกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ: สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง, 2551.
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ. กฎกระทรวงกำหนดอัตราและเงื่อนไขการเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อของกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ: สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง, 2551.
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ. ประกาศสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินระดับความน่าเชื่อถือของรัฐวิสาหกิจและสถาบันการเงินภาครัฐ. กรุงเทพฯ: สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง, 2551.
อโนทัย พุทธาวี จิตรภณ หรูเจริญพรพานิช เพ็ญสิริ บำรุงเชาว์เกษม และชินวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา. รูปแบบการให้คะแนนเครดิต: เครื่องมือในการประเมินคุณภาพสินเชื่อ. กรุงเทพฯ: ธนาคารแห่งประเทศไทย, 2561.
Abdou, H. and Pointon, J., “Credit scoring, statistical techniques and evaluation criteria: review of the literature. Intelligent System in Accounting.” Journal of Finance & Management (April, 2011): 59-88.
Dominic Joseph. “Predicting credit default probabilities using Baysian Statistics and Monte-Carlo Simulations,”. Master’s thisis, Cornell University, 2021.
Moudud, A., and Carling, K. “Review of the literature on credit risk modeling: Development of the past 10 years” Banks and Bank Systems Journal (October 7, 2010): 47-60.
Setiawan, A., D. “The effect of financial leverage on debt repayment capacity: Evidence from listed shipping company in Indonesia,” Hasanuddin Economics and Business review (October, 2018): 113-122.
Sulistyo, B., Darmayana, R.A., Mohammad, M. and Ibrahim, R, “Article Key Performance Indicators of Indonesia State-Owned Enterprise - a Model Using BSC and MBPE.” International Journal of Integrated Engineering (April, 2020): 1-7.
The World Bank Group. Credit Scoring Approaches Guidelines. 2019.
World Bank. Contingent Liabilities Risk Management: A Credit Risk Analysis Framework for Sovereign Guarantees and On-Lending (Country Experiences from Colombia, Indonesia, Sweden and Turkey : Policy Research Working Paper. Washington, DC: World Bank, 2016.
Wharton Financial Institution. Deposit Insurance and Risk Management: How Much? How Safe? Who Pays?, : Working Paper. Pennsylvania : The University of Pennsylvania, 2002.