ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับแรง จูงใจในการปฏิบัติงานของครูในศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาศูนย์ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาศูนย์2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ดเขต2 2) เพื่อศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาศูนย์ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 โดยจำแนกตาม จำนวนครูของแต่ละสถานศึกษา แบบสอบถามภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา แบบสอบถามแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู 3) เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาศูนย์2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาศูนย์ 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ พฤติกรรมผู้นำแบบพ่อแม่ รองลงมา คือ พฤติกรรมผู้นำแบบมุ่งสัมพันธ์ ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ พฤติกรรมผู้นำแบบตามสบาย 2) ระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาศูนย์2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ความต้องการความอยู่รอด ความต้องการความสัมพันธ์ และความต้องการความก้าวหน้า 3) ระดับความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาศูนย์2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 พบว่า มีความสัมพันธ์กันทางบวกในระดับปานกลาง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01โดยจำแนกจากภาวะผู้นำเชิงพฤติกรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาศูนย์2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574 สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ.
ณปภัช อำพวลิน. (2557).การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษากับแรงจูงใจในการทำงานของครู. สังกัดสำนักงานเขตพิ้นที่การศึกษาประถม
ศึกษาพิษณุโลก เขต 1. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.
ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์. (2551). พฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
นารีรัตน์ บัตรประโคน. (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูกับประสิทธิผลของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
บุรีรัมย์ เขต 3. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์.
ภารดี อนันต์นาวี. (2555). หลักการ แนวคิด ทฤษฎีทางการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: มนตรี.
เมตตา สอนเสนา. (2557). ภาวะผู้นำทางการเรียนการสอนของผู้บริหารสถานศึกษาที่มีผลต่อแรงจูงใจในการ ปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การ
ศึกษามัธยม เขต 25. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
วิโรจน์ สารรัตนะ. (2555). แนวคิด ทฤษฎี และประเด็นเพื่อการบริหารทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ:ทิพยวิสุทธิ.
สัมมา รธนิธย์. (2556). ทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: ข้าวฟ่าง.
สมคิด บางโม. (2555). องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ:วิทยพัฒน์.
สุนทร โคตรบรรเทา. (2551). หลักการและทฤษฏีการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ: ปัญญาชน.
สมร ปาโท. (2555). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา สู่ความเป็นมืออาชีพ. สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารมหาวิทยาลัย
อีสเทร์นเอเชีย.
อังคณา สุขเสวี. องค์ประกอบการบริหารและพฤติกรรมการบริหารที่เกี่ยวข้องกับการจัดช่วงชั้นจำนวนปีในโรงเรียนมัธยมศึกษาและโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา.
วารสารวิชาการ, 14
กระแส ชนะวงศ์. (2556). ภาวะผู้นำใหม่: ภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์.
http://kittkhan.blogspot.com/2013/06/5f.html
Manz. C.C. & Sims, H.P. (1989). Super Leadership Leading Others to Lead Themselves.New York: Prentice Hall.
McClelland, David C. (1961). The Achieving Society. New York: D. Van Nostrand Company Ine.