Guidelines for the development of local income collection in Thailand 4.0 : Case study of Chaiyaphum Provincial Administration Organization

Main Article Content

Thitirat Laokhompruttajarn
Jungera Janthamungkhun

Abstract

The purposes of this research were 1) to study the problems in revenue collection of the Provincial Administrative Organization in Chaiyaphum. 2) To study guidelines for the development of local revenue collection in the Thailand 4.0 of the Chaiyaphum Provincial Administrative Organization. 3) In order to get policy suggestions for senior management of the Chaiyaphum Provincial Administrative Organization. The research instruments were questionnaires and interview. The data were analyzed by using frequency, percentage, mean, standard deviation and content analysis.

Article Details

Section
Research Articles
Author Biography

Jungera Janthamungkhun, มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, ประเทศไทย

Chaiyaphum Rajabhat University, Thailand

References

กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง, (2558), “การปรับปรุงวิธีการจัดสรรรายได้ประเภทภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เกิดความเป็นธรรม โดยการใช้ข้อมูลจัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขายของภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์และให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดสรร”, รายงานวิจัยกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง.
โกวิทย์ พวงงาม, (2550), “การปกครองท้องถิ่นไทย”, เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชาการเมืองการปกครองส่วนท้องถิ่นไทย หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครองท้องถิ่น, กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เอ็กซ์เปอร์เน็ท.
ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์, (2550), “การวิจัยนโยบายสาธารณะ : ประเมินกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นในระดับพื้นที่”, กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
บุญชม ศรีสะอาด, (2556), “วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1”, พิมพ์ครั้งที่ 5, กรุงทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
ประพาฬ วงศ์สุบิน, (2558), “ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างองค์การบริหารส่วนตําบล ในเขตอำเภอแกลง จังหวัดระยอง”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพพรรณี.
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, (2547),“การบริหารท้องถิ่น”, เอกสารประกอบการสอนชุดวิชาการบริหารท้องถิ่น, นนทบุรีฯ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
รวิวรรณ อินทรวิชา, (2560), “การศึกษาการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดมหาสารคาม”, วารสารการเมืองการปกครอง, 7(2) : 249-269.
วาสนา เมธาวรากุล, (2559), “ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องถิ่นของเจ้าหน้าที่องค์การ บริหารส่วนตำบล กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลิง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี”,วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต(การเมืองการปกครอง),บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์, (2553), “ระเบียบวิธีวิจัยสำหรับธุรกิจ”, พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ : ฮาซันพริ้นติ้ง.
สุรศักดิ์ โตประสีและจิตราภรณ์ สุทธิวรเศรษฐ์ , (2561), “ประสิทธิภาพในการบริหารการจัดเก็บภาษีของเทศบาลบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ”, วารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 10(2) : 161-169.
Cronbach, L. J, (1990), “Essentials of psychological testing”, 5th ed., New York : Harper Collins Publishers.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W, (1970), “Determining Sample Size for Research Activities”. Educational and Psychological Measurement.
Likert, R, (1976), “New Patterns of Management”, New York : McGraw - Hill.
Rovinelli, R.J., & Hambleton, R.K, (1977), “On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity”. Dutch Journal of Educational Research.