การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิค 5W1H สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

Main Article Content

เพ็ญนภา ทัพพันธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ หลังใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิค 5W1H กับเกณฑ์ร้อยละ 70 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิค 5W1H ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2567 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา จำนวน 7 คน ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 60 ซึ่งได้มาจากวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เรื่องการอ่านจับใจความ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 2) แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิค 5W1H จำนวน 4 ชุด 3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ เรื่องการอ่านจับใจความ การวิเคราะห์ข้อมูล ทำได้โดยการวิเคราะห์หาค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) หลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิค 5W1H นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยรวมสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 เมื่อพิจารณาคะแนนเป็นรายบุคคลพบว่า นักเรียนมีคะแนนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 100 2) ก่อนเรียนด้วยแบบฝึกทักษะด้วยเทคนิค 5W1H นักเรียนทำคะแนนสูงสุดได้ 11 คะแนน คะแนนต่ำสุด 7 คะแนน คะแนนเฉลี่ย () 9.28 คะแนน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 1.80 และหลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะด้วยเทคนิค 5W1H นักเรียนทำคะแนนสูงสุดได้ 17 คะแนน คะแนนต่ำสุด 14 คะแนน คะแนนเฉลี่ย () 15.43 คะแนน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 1.27 แสดงให้เห็นว่า หลังเรียนด้วยแบบฝึกทักษะด้วยเทคนิค 5W1H นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

Article Details

ประเภทบทความ
Research Articles

เอกสารอ้างอิง

กมลพร ทองนุช และ จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ. (2561). การเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ระหว่างการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค 5W1H และการสอนปกติ. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย

_______. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

กฤติกา จันทรเกษม. (2553). การใช้ผังความสัมพันธ์ทางความหมายในการเรียนแบบกลุ่มสัมพันธ์เพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการอ่าน การเขียนสรุปความภาษาอังกฤษและการเห็นคุณค่าในตนเอง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

ดวงพร เฟื่องฟู. (2559). การพัฒนาชุดกิจกรรมการอ่านจับใจความ โดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิค 5W1H เพื่อส่งเสริม การอ่านกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ตรีทิพย์นิภา จี่มุก. (2562). การพัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความ โดยใช้เทคนิค 5W1H ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. โรงเรียนบ้านวังจาน. สพป.เพชรบูรณ์ เขต 1

ธนิษฐา พรมกอง. (2554). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

ปิยวรรณ ศิริรัตน์. (2543). การเปรียบเทียบความเข้าใจในการอ่านและความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษและความสามารถในการทำงานร่วมกันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการสอนแบบโครงสร้างระดับยอดด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนแบบ CIRC กับการสอนตามคู่มือครู. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร.

รุ่งทิพย์ปราโมทย์พันธุ์ และเสกสรรค์ แดงสุวรรณ. (2561). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับ

ใจความ สำคัญโดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิค 5W1H สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนศรีนครมูลนิธิ อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิยาลัยหาดใหญ่

วิภาดา พูลศักดิ์วรสาร. (2564). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความภาษาอังกฤษโดยใช้

เทคนิค 5W1H สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 11(2), 90-98.

วรรณี โสมประยูร. (2544). การอ่านและการสร้างนิสัยรักการอ่าน. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.

สมศักดิ์ ภู่วิภาดาวรรธน์. (2565). การพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษสำหรับเด็กประถมศึกษา.

สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

Allington, L.R. (2001). What Really Matters for Struggling Readers: Designing

Research-Based terventions. New York: Longman.

Chen, L., Chen, J., & Chen, Q. (2022). The effects of question-generation

strategy on EFL reading comprehension and higher-order thinking skills. Reading and Writing, 35(4), 897-920.

Guthrie, J. T., & Klauda, S. L. (2022). Engagement and motivational contexts

for reading. In P. Afflerbach (Ed.), Handbook of individual differences in reading: Reader, text, and context (2nd ed., pp. 197-212). Routledge.

Pinter, A. (2022). Teaching young language learners. (3rd ed.). Oxford

University Press.

Rahmawati, A., Rosmalina, I., & Mayuni, I. (2023). The use of 5W1H technique

to improve students' reading comprehension. Journal of English

Language Teaching and Learning, 12(2), 45-58.