การส่งเสริมบทบาทสตรีเพื่อสร้างภาคีเครือข่ายของสมาชิกสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์
คำสำคัญ:
การส่งเสริมบทบาทสตรี;, ภาคีเครือข่าย;, สมาคมสตรีบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การส่งเสริมบทบาทสตรีเพื่อสร้างภาคีเครือข่ายของสมาชิกสภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกกึ่งโครงสร้าง แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 19 คน และสมาชิกสภาสมาคมสตรีฯ จำนวน 400 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที
ผลการวิจัยพบว่า สมาชิกสมาคมสภาสตรีแห่งชาติที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุสูงกว่า 55 ปี จำนวน 306 คน มีระดับการศึกษาในระดับปริญญาตรี จำนวน 279 คน ปฏิบัติงานในฐานะสมาชิกเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จำนวน 302 คน ตำแหน่งสมาชิกสมาคม จำนวน 336 คน 2) ปัจจัยคุณลักษณะภาวะผู้นำของผู้บริหาร ภาพรวมในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.80 ปัจจัยการพัฒนาภาวะผู้นำสตรี ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.79 และปัจจัยการสร้างภาคีเครือข่าย ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.70 3) การส่งเสริมบทบาทสตรีมีอิทธิพลรวมต่อการสร้างภาคีเครือข่ายสูงสุด (beta = 0.926) 4) ผู้นำสตรีส่วนใหญ่ยังขาดทักษะด้านการสื่อสารอย่างมีพลังเพื่อสร้างแรงจูงใจ และขาดความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการเครือข่ายสมัยใหม่
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว. (2563). นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรี พ.ศ. 2563-2565. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/cNvJl
ฐอรกาญจณ์ ฉายโชติธัญเจริญ. (2560). คุณลักษณะผู้นำของผู้บริหารสตรีในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศในกลุ่มอาเซียน. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสยาม.
ราตรี ทองศรี. (2563). รูปแบบภาวะผู้นำของผู้บริหารสตรีในโรงเรียนประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วิลาสินี ศีริสุวรรณ์. (2559). การส่งเสริมบทบาทสตรีในท้องถิ่นผ่านกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561-2580). ราชกิจจานุเบกษา, 135(82 ก), 1-68.
_______. (2564). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/zvgtA
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological testing. (3rd ed.). New York: Harper & Row.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Teece, D. J. (2020). Dynamic capabilities and strategic management. Oxford University Press. Strategic Management Review, 1(2), 233-253.