การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำแม่มอก ตำบลเวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
คำสำคัญ:
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ;, กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ;, อ่างเก็บน้ำแม่มอกบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำแม่มอก 2) ศึกษาหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำแม่ 3) ศึกษาแนวทางปรับปรุงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำแม่มอก ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำในการทำการเกษตรที่ได้รับน้ำจากการชลประทานอ่างเก็บน้ำแม่มอก ตำบลเวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ประกอบด้วย ตำบลเวียงมอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง และตำบลบ้านใหม่ไชยมงคล ตำบลไทยชนะศึก ตำบลทุ่งเสลี่ยม ตำบลกลางดง ตำบลเขาแก้วศรีสมบูรณ์ อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย จำนวน 357 คน และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 คน เครื่องมือ คือ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ เชิงพรรณนา สถิติ t-test และ One-way ANOVA
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพปัจจุบันโดยภาพรวมเกษตรกรส่วนใหญ่ได้รับน้ำเพียงพอตลอดทั้งปี (ร้อยละ 61.90) การจัดสรรน้ำดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ชลประทานเป็นหลัก และใช้ระบบการส่งน้ำตามรอบเวร อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือระบบการกระจายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ และการได้รับน้ำไม่เพียงพอ ขณะที่อุปสรรคหลักคือโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานเสื่อมสภาพ และการขาดการวางแผนที่เป็นระบบ
2. หลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 3.72) โดยด้านการบริหารงานภายในกลุ่มมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านการจัดการน้ำ ด้านการมีส่วนร่วม และด้านการดูแลบำรุงรักษา ตามลำดับ ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า อายุ ระดับการศึกษา จำนวนสมาชิกในครัวเรือน รายได้ภาคการเกษตร พื้นที่รับน้ำ การเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม และแหล่งข้อมูลข่าวสาร มีผลต่อการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. แนวทางปรับปรุงจากการสัมภาษณ์เชิงลึก พบ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาระบบจัดสรรน้ำให้ยืดหยุ่นและใช้ข้อมูลเทคโนโลยีประกอบการตัดสินใจ การจัดทำแผนตรวจสอบและงบประมาณซ่อมบำรุงที่ชัดเจน การพัฒนาระบบสื่อสารและความโปร่งใสภายในกลุ่ม และการสร้างกลไกการมีส่วนร่วมที่ต่อเนื่องทั้งรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ผลการวิจัยสะท้อนว่า การเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐาน การเพิ่มการมีส่วนร่วม และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เกิดความยั่งยืนในระดับชุมชน