หนี้ครัวเรือนและการคุ้มครองผู้บริโภคทางการเงินในประเทศไทย: ช่องว่างทางกฎหมายและแนวทางพัฒนา

Household Debt and the Legal Gaps in Consumer Financial Protection in Thailand

ผู้แต่ง

  • สปัณย์ณา ธรรมศรีสันต์ สาขาวิชานวัตกรรมทางเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
  • พิบูลย์ วิฑูรย์ปัญญากุล สาขาวิชานิติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

คำสำคัญ:

หนี้ครัวเรือน, ผู้บริโภคทางการเงิน, ธุรกรรมทางดิจิทัล, ความรู้ทางการเงิน, การเข้าถึงความยุติธรรม

บทคัดย่อ

ปัญหาหนี้ครัวเรือนในประเทศไทยทวีความรุนแรงและอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาค โดยมีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ร้อยละ 90.9 ในปี 2566 (ธนาคารแห่งประเทศไทย, 2566) ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ คนรุ่นใหม่ และครัวเรือนรายได้ต่ำที่มีระดับความรู้ทางการเงินต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีพฤติกรรมทางการเงินส่วนบุคคล (Lusardi & Mitchell, 2014) ที่ชี้ว่าข้อจำกัดด้านความรู้เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การก่อหนี้ ขณะเดียวกัน แม้จะมีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 แต่การบังคับใช้และขอบเขตการคุ้มครองยังไม่ครอบคลุมธุรกรรมทางการเงินดิจิทัล การวิเคราะห์เครดิตด้วยข้อมูลออนไลน์ และแพลตฟอร์มฟินเทค ซึ่งสะท้อนปัญหาตามแนวคิดช่องว่างทางกฎหมาย (Zander, 2010) ทฤษฎีการเข้าถึงความยุติธรรม (Cappelletti & Garth, 1978) ว่ากฎหมายที่ไม่สอดรับกับบริบทใหม่ทำให้ประชาชนเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและการเข้าถึงสิทธิ บทความนี้ประยุกต์ระเบียบวิธีการศึกษาเชิงเอกสารและการวิเคราะห์กฎหมายเชิงหลักวิชา พร้อมพิจารณากรอบมาตรฐานสากล เช่น OECD/INFE Framework (2022)  EU  Consumer Credit Directive (2021) เพื่อประเมินประสิทธิภาพของกฎหมายไทยและเสนอแนวทางพัฒนาระบบคุ้มครองผู้บริโภคทางการเงิน ผลการศึกษาชี้ว่าประเทศไทยจำเป็นต้องบูรณาการการยกระดับความรู้ทางการเงินควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมายและกลไกกำกับดูแล เช่น การออกกฎหมายรองรับสินเชื่อดิจิทัล การจัดตั้งหน่วยงานไกล่เกลี่ยและคุ้มครองผู้บริโภคทางการเงินอิสระ (Digital Financial Ombudsman) ได้แก่ ระบบไกล่เกลี่ยข้อพิพาทออนไลน์ (Online ADR) และมาตรการกำกับเชิงป้องกัน เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเข้าถึงบริการทางการเงินและการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กรมบังคับคดี. (2567). รายงานสถิติการบังคับคดีหนี้ครัวเรือน. กรมบังคับคดี.

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2566). รายงานภาวะหนี้ครัวเรือนไทยไตรมาส 4 ปี 2566. ธนาคารแห่งประเทศไทย.

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2566). รายงานเสถียรภาพระบบการเงินไทย. ธนาคารแห่งประเทศไทย.

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2567). รายงานภาวะหนี้ครัวเรือน. ธนาคารแห่งประเทศไทย.

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2567). รายงานเสถียรภาพระบบการเงินไทย 2567. ธนาคารแห่งประเทศไทย.

สมาคมฟินเทคประเทศไทย. (2567). รายงานความเสี่ยงด้านฟินเทคและการกำกับดูแลในประเทศไทย. สมาคมฟินเทคประเทศไทย.

สมาคมฟินเทคประเทศไทย. (2567). รายงานภาพรวมฟินเทคไทย. สมาคมฟินเทคประเทศไทย.

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2567). คำอธิบายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิผู้บริโภคทางการเงิน. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค. (2565). รายงานประจำปีเรื่องข้อร้องเรียนด้านการทวงถามหนี้. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค.

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค. (2566). รายงานประจำปี 2566. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค.

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค. (2566). รายงานสถานการณ์ผู้บริโภคประจำปี 2566. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค.

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค. (2567). รายงานสถานการณ์ข้อร้องเรียนทางการเงิน. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค.

สำนักงานศาลยุติธรรม. (2567). รายงานการพิจารณาคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านหนี้สิน. สำนักงานศาลยุติธรรม.

สำนักงานศาลยุติธรรม. (2567). รายงานผลการดำเนินงานศาลยุติธรรมด้านคดีหนี้รายย่อย. สำนักงานศาลยุติธรรม.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 ปี 2566. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

ศาลฎีกา. (2558). คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8256/2558.

ศาลฎีกา. (2560). คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549/2560.

ศาลปกครองสูงสุด. (2565). คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีทวงถามหนี้โดยมิชอบ. สำนักงานศาลปกครอง.

Bank of Thailand. (2024). Thailand Financial Stability Report 2024. Bank of Thailand.

Cartwright, P. (2011). Consumer Protection in Financial Services. Kluwer Law International.

Chuenchoksan, S., & Nakornthab, D. (2020). Household Debt and Financial Stability in Thailand (DP/01/2020). Bank of Thailand.

Claessens, S. (2006). Access to financial services: A review of the issues and public policy objectives. The World Bank Research Observer, 21(2), 207–240.

Creswell, J. W. (2014). Research Design: Qualitative, Quantitative, and Mixed Methods Approaches (4th ed.). SAGE Publications.

Hutchinson, T., & Duncan, N. (2012). Defining and describing what we do: Doctrinal legal research. Deakin Law Review, 17(1), 83–119.

IMF. (2023). Fintech: The Experience So Far. International Monetary Fund.

Lusardi, A., & Mitchell, O. S. (2014). The economic importance of financial literacy: Theory and evidence. Journal of Economic Literature, 52(1), 5–44.

Mian, A., & Sufi, A. (2014). What explains high unemployment? The aggregate demand channel. Econometrica, 82(5), 1819–1864.

OECD. (2023). Financial Literacy and Financial Inclusion: Evidence and Policy Guidance. OECD Publishing.

OECD. (2023). OECD/INFE 2023 International Survey of Adult Financial Literacy. OECD Publishing.

Thaler, R. H. (1999). Mental accounting matters. Journal of Behavioral Decision Making, 12(3), 183–206.

World Bank. (2023). Financial Capability and Consumer Protection Survey. World Bank.

World Bank. (2023). Global Financial Development Report 2023. World Bank.

Yin, R. K. (2016). Qualitative Research from Start to Finish. Guilford Publications.

Zander, M. (2010). The Law-Making Process: A Theoretical Introduction. Cambridge University Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-31

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ