การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของชุดการสอน เรื่องนาฏยศัพท์ ตามแนวคิด STEAM Education ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 กรณีศึกษา โรงเรียนวัดประดิษฐาราม เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
ชุดการเรียนการสอน, นาฏยศัพท์, STEAM Education, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ศตวรรษที่ 21บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการเรียนด้วย ชุดการสอนเรื่องนาฏยศัพท์ตามแนวคิด STEAM Education กับก่อนเรียน กรณีศึกษา โรงเรียนวัดประดิษฐาราม เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนวัดประดิษฐาราม เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดการสอนเรื่องนาฏยศัพท์ตามแนวคิด STEAM Education ซึ่งประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 6 ชั่วโมง และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ t-test (Dependent Sample t-test) ผลการวิจัยพบว่า ชุดการสอนเรื่องนาฏยศัพท์ตามแนวคิด STEAM Education ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนด นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 อีกทั้งการบูรณาการแนวคิด STEAM Education ช่วยให้นักเรียนเกิดความสนใจในการเรียนนาฏศิลป์มากขึ้น มีความสนุกในการเรียนรู้ มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. (2564). รายงานการส่งเสริมศิลปะการแสดงไทยในสถานศึกษา. กระทรวงวัฒนธรรม.
กาญจนา จิตรสว่าง. (2564). การพัฒนาชุดการสอนนาฏศิลป์เพื่อเสริมทักษะการรำเบื้องต้นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 11(3), 45–60.
กาญจนาพร นนทรัตน์. (2562). การพัฒนาการพัฒนารูปแบบการสอน วิชานาฏศิลป์ เรื่องการแสดงส้มปิน โดยวิธี STEAM Education สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดประดิษฐาราม (วัดมอญ) เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร. [วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทร วิโรฒ].
ธวัชชัย วงศ์กิจรุ่งเรือง. (2564). เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นงนุช สมานมิตร. (2563). การพัฒนาชุดการสอนวิทยาศาสตร์โดยใช้การเรียนรู้เชิงรุกเรื่องแรงและการเคลื่อนที่. วารสารวิชาการครุศาสตร์, 18(2), 55–70.
ศศิธร พงศ์สวัสดิ์. (2564). ปัญหาและแนวทางการจัดการเรียนการสอนศิลปะในโรงเรียนประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 41(3), 45–60.
สุชาดา แก้วทวี. (2562). การพัฒนาชุดการสอนภาษาไทยเพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านเชิงวิเคราะห์สำหรับนักเรียนประถมศึกษาตอนต้น. วารสารครุศาสตร์ปริทัศน์, 6(1), 102–118.
Chancham, K. (2019). Integrated learning in primary education: Enhancing analytical thinking skills in Grade 5 students. Chulalongkorn University Press.
Mayer, R. E. (2009). Multimedia learning (2nd ed.). Cambridge University Press. p.112
Molenda, M. (2015). Instructional technology. In J. M. Spector (Ed.), The SAGE encyclopedia of educational technology (p.87). SAGE.
Pongpattanayothin, C. (2018). Integration of social-emotional learning in primary education: A study on Grade 5 students. Journal of Educational Psychology, 10(1), 25–40.
Sujarittham, T., & Mingmit, N. (2020). Project-based learning with digital tools for primary students. International Journal of Education Technology, 15(2), 101–115.
UNESCO. (2019). Arts education: Challenges and opportunities in the 21st century. UNESCO.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความ ข้อความ ภาพประกอบ และตารางประกอบที่ลงพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นตามเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์เพียงผู้เดียว