การจัดการเรียนรู้แบบอภิปรายประเด็นการเมืองร่วมสมัยเพื่อพัฒนาทักษะความเป็นพลเมืองของนักศึกษาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
คำสำคัญ:
การอภิปราย, ประเด็นการเมืองร่วมสมัย, ทักษะความเป็นพลเมือง, การเรียนรู้สังคมศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบอภิปรายประเด็นการเมืองร่วมสมัย และ (2) วิเคราะห์การพัฒนาทักษะความเป็นพลเมืองของนักศึกษาสังคมศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายหลังการจัดการเรียนรู้แบบอภิปรายประเด็นการเมืองร่วมสมัย โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษา กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ นักศึกษาสังคมศึกษาชั้นปีที่ 1 จำนวน 22 คน ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการเมืองการปกครองไทย ภาคการศึกษาที่ 1/2567 เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย การสังเกตแบบมีส่วนร่วม คำถามปลายเปิด แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และบันทึกสะท้อนคิด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและการวิเคราะห์แก่นสาระ
ผลการวิจัยพบว่า 1) กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบอภิปรายประเด็นการเมืองร่วมสมัย มุ่งเน้นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การใช้ประเด็นการเมืองร่วมสมัยเป็นฐานในการอภิปราย
และการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเชื่อมโยงประสบการณ์กับสถานการณ์ทางสังคมและการเมืองจริงผ่านกิจกรรมอภิปราย 6 หัวข้อหลัก 2) การพัฒนาทักษะความเป็นพลเมืองของผู้เรียน พบพัฒนาการสำคัญ 4 มิติ ได้แก่
(1) ผู้เรียนมีความสนใจและตื่นตัวต่อประเด็นทางการเมืองมากขึ้น (2) ผู้เรียนกล้าแสดงความคิดเห็นและเคารพความแตกต่างทางความคิด (3) ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ การตรวจสอบข้อมูล และการสื่อสารเชิงเหตุผล และ (4) ผู้เรียนตระหนักถึงบทบาท สิทธิ และหน้าที่ของตนเองในฐานะพลเมือง พร้อมทั้งสามารถประยุกต์ใช้แนวคิดจากการอภิปรายสู่บริบทชีวิตประจำวัน
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กนนทรรศน์ นาวา และชรินทร์ มั่งคั่ง. (2566). การจัดการเรียนรู้วิชาหน้าที่พลเมืองแบบร่วมมือโดยใช้เทคนิคกลุ่มสืบค้นเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามวิถีประชาธิปไตยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 โรงเรียนสันกำแพง. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีภาคตะวันออกแห่งสุวรรณภูมิ, 2(2), 35–48.
จุฑามาส โหย่งไทย. (2561). การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์กับศตวรรษที่ 21. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 9(2), 344–356.
พิชาติ แก้วพวง. (2563). ศาสตร์การจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา (Science of social studies learning management). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรินทร สิริพงษ์ณภัทร. (2566). การเสริมสร้างคุณลักษณะพลเมืองตื่นรู้ของผู้เรียนโดยการตั้งคำถามแบบโสเครติส. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 51(1), 1–13.
อภิวัฒชัย พุทธจร และนนธวัฒน์ มีนิล. (2568). พลเมืองกับบทบาทในการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างยั่งยืน. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 7(2), 89–102.
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active Learning: Creating Excitement in the Classroom (ASHE–ERIC Higher Education Report No. 1). George Washington University.
Braun, V., & Clarke, V. (2006). Using Thematic Analysis in Psychology. Qualitative Research in Psychology, 3(2), 77–101. https://doi.org/10.1191/1478088706qp063oa
Brookfield, S. D., & Preskill, S. (2005). Discussion as a Way of Teaching: Tools and Techniques for Democratic Classrooms (2nd ed.). Jossey-Bass.
Dewey, J. (1916). Democracy and Education: An Introduction to the Philosophy of Education. The Macmillan Company. https://www.gutenberg.org/files/852/852-h/852-h.htm
Hess, D. E. (2009). Controversy in the Classroom: The Democratic Power of Discussion. Routledge. https://services.library.wisc.edu/Education/Controversy_in_the_Classroom_Hess.pdf
Organization for Economic Co-operation and Development. (2018). Preparing Our Youth for an Inclusive and Sustainable World: The OECD PISA Global Competence Framework. OECD Publishing. https://www.oecd.org/education/Global-competence-for-an-inclusive-world.pdf
Ranson, S. (2017). Education and democratic participation: The making of learning communities. Routledge. https://books.google.com/books?id=v8lxMqFvR7YC
Westheimer, J., & Kahne, J. (2004). What Kind of Citizen? The Politics of Educating for Democracy. American Educational Research Journal, 41(2), 237–269.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความ ข้อความ ภาพประกอบ และตารางประกอบที่ลงพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นตามเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์เพียงผู้เดียว