การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพพนักงานให้การดูแล ของโรงเรียนจุฬารัตน์ อินเตอร์ เฮลท์
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้, การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ, สมรรถนะวิชาชีพ, พนักงานให้การดูแล, การสอบภาคปฏิบัติทางคลินิกอย่างเป็นระบบบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ และศึกษาผลที่มีต่อสมรรถนะวิชาชีพพนักงานให้การดูแล โรงเรียนจุฬารัตน์ อินเตอร์ เฮลท์ ดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาและความต้องการจำเป็น ระยะที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบ และระยะที่ 3 การทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบกับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนหลักสูตรพนักงานให้การดูแล ปีการศึกษา 2568 จำนวน 40 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย คู่มือการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินทักษะปฏิบัติ
และแบบวัดเจตคติวิชาชีพ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีชื่อว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะวิชาชีพพนักงานให้การดูแล ของโรงเรียนจุฬารัตน์ อินเตอร์ เฮลท์ มีคุณภาพและความเหมาะสมผ่านเกณฑ์ของผู้เชี่ยวชาญในระดับมากที่สุด โดยบูรณาการวงจรคุณภาพและทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบหลัก คือ หลักการ วัตถุประสงค์ ผู้เรียนและผู้สอน กระบวนการเรียนรู้ สื่อและแหล่งเรียนรู้ สภาพแวดล้อม และการวัดและประเมินผลและขับเคลื่อนผ่านกระบวนการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นทฤษฎีเชื่อมโยงปฏิบัติ ขั้นฝึกในสถานการณ์จำลองขั้นปฏิบัติงานจริง และขั้นสะท้อนผลประเมินตนเอง 2) ภายหลังการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างมีสมรรถนะวิชาชีพสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งในด้านความรู้ ด้านทักษะปฏิบัติที่ประเมินด้วยระบบการสอบภาคปฏิบัติทางคลินิกอย่างเป็นระบบและด้านเจตคติต่อวิชาชีพ และ 3) รูปแบบนี้ได้รับการยอมรับเป็นแนวปฏิบัติที่ดีในการยกระดับสมรรถนะผู้เรียนให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานจริงตามมาตรฐานวิชาชีพ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2565). คู่มือมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุ. กระทรวงสาธารณสุข.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ของกระทรวงศึกษาธิการ. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2566). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2565. สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
สภาการพยาบาล. (2565). ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง แนวทางการมอบหมายงานให้บุคลากรสนับสนุนการพยาบาล. สภาการพยาบาล.
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.
Harden, R. M., Stevenson, M., Downie, W. W., & Wilson, G. M. (1975). Assessment of clinical competence using objective structured examination. British Medical Journal, 1(5955), 447-451.
Jeffries, P. R. (2005). A framework for designing, implementing, and evaluating simulations used as teaching strategies in nursing education. Nursing Education Perspectives, 26(2), 96-103.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall.
Miller, G. E. (1990). The assessment of clinical skills/competence/performance. Academic Medicine, 65(9), S63-S67.
Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223-231.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความ ข้อความ ภาพประกอบ และตารางประกอบที่ลงพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นตามเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์เพียงผู้เดียว