รูปแบบการสอน IDEARR: กรอบแนวคิดการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาความสนใจในอาชีพสะเต็ม
คำสำคัญ:
สะเต็มศึกษา, รูปแบบการสอน IDEARR, ความสนใจในอาชีพสะเต็มบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และอธิบายรูปแบบการสอน IDEARR (Initiating, Deconstruction, Explanation, Application, Review, Reporting) ในฐานะกรอบแนวคิดสำหรับการจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา และนำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้รูปแบบดังกล่าวในการส่งเสริมความสนใจในอาชีพด้านสะเต็มตามองค์ประกอบของแบบสำรวจความสนใจในอาชีพสะเต็ม (STEM-CIS) จากการวิเคราะห์เชิงแนวคิดชี้ให้เห็นว่า จุดเด่นสำคัญของรูปแบบ IDEARR คือ กระบวนการทบทวน (Review) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ โดยแทรกอยู่ในทุกขั้นของกระบวนการในลักษณะของวงจรแบบวนซ้ำ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถตรวจสอบ ปรับปรุง และพัฒนาความเข้าใจของตนเองได้อย่างต่อเนื่อง กระบวนการดังกล่าวช่วยเสริมสร้างการอธิบายเชิงเหตุผล การเชื่อมโยงหลักฐานกับข้อสรุป และการพัฒนาแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ การจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ IDEARR ยังมีศักยภาพในการส่งเสริมปัจจัยทางจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับความสนใจในอาชีพสะเต็ม โดยเฉพาะการรับรู้ความสามารถของตนเองและความคาดหวังต่อผลลัพธ์ผ่านการออกแบบกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เผชิญปัญหาจริง ลงมือปฏิบัติ และสะท้อนคิดอย่างต่อเนื่อง โดยสรุปรูปแบบการสอน IDEARR เป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่มีศักยภาพในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้สะเต็มและส่งเสริมความสนใจอาชีพของผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงเหมาะสมสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ในการสอน การพัฒนาหลักสูตร และงานวิจัยด้านการศึกษาต่อไป
เอกสารอ้างอิง
พุทธชาด อังณะกูร, ธิดา ทับพันธ์, และเสมอกาญจน์ โสภณหิรัญรักษณ์. (2563). การวิเคราะห์ความสนใจ และเจตคติต่อเนื้อหาและอาชีพด้านสะเต็มของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 14(2), 105-125.
Aguilera, D., Lupiáñez, J. L., Perales-Palacios, F. J., & Vílchez-González, J. M. (2024). IDEARR model for STEM education-A framework proposal. Education Sciences, 14(6), 638. https://doi.org/10.3390/educsci14060638
Burrows, A. C., Borowczak, M., Myers, A., Schwortz, A. C., & McKim, C. (2021). Integrated STEM for teacher professional learning and development: “I need time for practice.” Education Sciences, 11(1), 1-23. https://doi.org/10.3390/educsci11010021
Bybee, R. W. (2010). Advancing STEM education: A 2020 vision. Technology and Engineering Teacher, 70(1), 30–35.
Kier, M. W., Blanchard, M. R., Osborne, J. W., & Albert, J. L. (2014). The development of the STEM Career Interest Survey (STEM-CIS). Research in Science Education, 44(3), 461– 481. https://doi.org/10.1007/s11165-013-9389-3
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall.
Lent, R. W., Brown, S. D., & Hackett, G. (1994). Toward a unifying social cognitive theory of career and academic interest, choice, and performance. Journal of Vocational Behavior, 45(1), 79–122. https://doi.org/10.1006/jvbe.1994.1027
National Research Council. (2011). Successful K–12 STEM education: Identifying effective approaches in science, technology, engineering, and mathematics. The National Academies Press.
NGSS Lead States. (2013). Next Generation Science Standards: For States, by States. The National Academies Press.
Schön, D. A. (1987). Educating the reflective practitioner. Jossey-Bass.
UNESCO. (2021). Reimagining our futures together: A new social contract for education. UNESCO.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 โรงเรียนนายเรือ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และ ศึกษาศาสตร์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการโรงเรียนนายเรือ ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และ ศึกษาศาสตร์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของโรงเรียนนายเรือ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากโรงเรียนนายเรือก่อนเท่านั้น