การปฏิบัติการพัฒนาทักษะการใช้คำถามโดยวิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะความรู้ 7 ขั้น ในรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มเครือข่ายสถานศึกษาที่ 23 เหล่าเสือโก้ก (2) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 82-88
คำสำคัญ:
ทักษะการใช้คำถาม, วิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะความรู้บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการปฏิบัติการพัฒนาทักษะการใช้คำถาม โดยใช้วิธีสอนแบบ
วัฏจักรการสืบเสาะความรู้ 7 ขั้น 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มทดลองของนักเรียนเมื่อเทียบกับเกณฑ์ที่ตั้งไว้หลังการปฏิบัติการพัฒนา และ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการปฏิบัติการพัฒนา ระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตัวอย่าง
ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านแต้ใหม่ ที่กำลังเรียนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 จำนวน 23 คน ได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะความรู้ 7 ขั้น วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 6 แผน แบบวัดทักษะการใช้คำถาม แบบฝีกหัดท้ายแผน แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบบันทึกประจำวันของครู การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติพื้นฐานและการทดสอบความแตกต่างด้วยสถิติ Mann-Whitney U
ผลการวิจัยพบว่า
- การศึกษาการปฏิบัติการพัฒนาทักษะการใช้คำถาม ครั้งนี้ใช้วิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะความรู้
7 ขั้น - การศึกษาผลการปฏิบัติการพัฒนาทักษะการใช้คำถาม โดยวิธีสอนแบบวัฏจักรการสืบเสาะความรู้ 7 ขั้น หลังการปฏิบัติการ เมื่อเทียบกับเกณฑ์ พบว่า นักเรียนมีคะแนนหลังเรียนเฉลี่ยทั้ง 3 วงจร คิดเป็นร้อยละ84 และมีนักเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดร้อยละ 100 ของนักเรียนทั้งหมด
- การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม พบว่านักเรียนในกลุ่มทดลอง มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548.
ชวนชัย เชื้อสาธุชน. เอกสารประกอบการสอนวิชาสถิติเพื่อการวิจัย ตามหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิจัยและประเมินผลทางการศึกษา สาขาการบริหารการศึกษา และสาขาพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอน. อุบลราชธานี : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 2551.
ณัฐยา มูลศาสตร์. การศึกษาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และปีที่ 6. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2542.
ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548.
ธีรวุฒิ เอกะกุล. การวิจัยปฏิบัติการ. พิมพ์ครั้งที่ 3 อุบลราชธานี : ยงสงวนอินเตอร์กรุ๊ป. 2553.
นิติญาพร ประเสริฐสังข์. การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง กลไกมนุษย์ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซิปปา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2545.
ประวิต เอราวรรณ์. การวิจัยปฏิบัติการ. ขอนแก่น : ขอนแก่นการพิมพ์, 2546.
ประสาท เนืองเฉลิม. คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้. มหาสารคาม : ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2549.
ภพ เลาหไพบูลย์. แนวการสอนวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช, 2542.
ลำดวน โสตา. การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน วิชาวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบ
การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับการใช้แผนผังมโนมติ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2545.
สุวัฒน์ นิยมค้า. ทฤษฎีและทางปฏิบัติ : ในการสอนวิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหาความรู้. กรุงเทพฯ :
เจเนอรัลบุ๊คเซนเตอร์, 2531.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ได้มีการตรวจสอบการลอกเลียนงานวรรณกรรมแล้ว ไม่เกินร้อยละ 25
2. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นข้อคิดเห็น ข้อค้นพบของผู้เขียนบทความ โดยผู้เขียนบทความต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากบทความนั้น ๆ
3. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานีก่อนเท่านั้น และจะต้องมีการอ้างอิงวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ฉบับนั้น ๆ ด้วย