การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซินเนคติกส์ วิชาภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3 29-37
คำสำคัญ:
ทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์, รูปแบบการสอนซินเนคติกส์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้รูปแบบการสอนแบบซินเนคติกส์2) เปรียบเทียบผลการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้รูปแบบการสอนซินเนคติกส์หลังปฏิบัติการกับก่อนปฏิบัติการ 3) เปรียบเทียบผลการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนที่สอนโดยใช้รูปแบบการสอน
ซินเนคติกส์กับสอนปกติ ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 64 คนเป็นกลุ่มทดลองและควบคุม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแผนการจัดการเรียนรู้ แบบสังเกตพฤติกรรมแบบทดสอบระหว่างเรียน แบบทดสอบท้ายวงจร และแบบวัดความสามารถด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์ มีค่าอำนาจจำแนก ค่าความยากตั้งแต่ 0.32 – 0.54 และ 0.41–0.52 ค่าความเชื่อมั่น 0.91 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือสถิติพื้นฐานและการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า
- การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้รูปแบบการสอนซินเนคติกส์มีทั้งหมด 3 วงจร ก่อนและหลังปฏิบัติการ วงจรที่ 1 มีคะแนนเฉลี่ย 15.24 และ 34.50 คิดเป็นร้อยละ 37.50 และ 72.50 ตามลำดับ วงจรที่ 2 คะแนนเฉลี่ย 26.44 และ 43.56 คิดเป็นร้อยละ 44 และ 76 ตามลำดับ วงจรที่ 3 คะแนนเฉลี่ย 15.12 และ 24.76 คิดเป็นร้อยละ 46.67 และ 80 ตามลำดับ แสดงว่ารูปแบบการสอนแบบซินเนคติกส์สามารถใช้พัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนให้สูงขึ้นคือ มีผลการพัฒนาด้านการเขียนเชิงสร้างสรรค์หลังปฏิบัติการสูงกว่าก่อนปฏิบัติการ
- นักเรียนกลุ่มทดลองมีผลการพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์หลังปฏิบัติการสูงกว่าก่อนปฏิบัติการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
กองเทพ เคลือบพนิชกุล. การใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์, 2542.
กุสุมา หงส์บินมา. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยแบบซินเนคติกส์ เรื่องการเขียนเชิงสร้างสรรค์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2555.
ขจิตพรรณ ประดิษฐพงศ์. การพัฒนาทักษะการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กิจกรรม
ซินเนคติกส์. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2535.
ชัยวาฤทธิ์ สร้อยเงิน. การพัฒนาความสามารถการเขียนเชิงสร้างสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรมซินเนคติกส์. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฎธนบุรี, 2553.
ถวัลย์ มาศจรัส. การเขียนเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาอาชีพ ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติและหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: เซ็นจูรี่, 2545.
ทิศนา แขมมณี. ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 13. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553.
ธีรวุฒิ เอกะกุล. การวิจัยปฏิบัติการ (Action Research). พิมพ์ครั้งที่ 3. อุบลราชธานี: ยงสวัสดิ์อินเตอร์กรุ๊ป, 2553.
ปราณี สุรสิทธิ์. การเขียนเชิงสร้างสรรค์เชิงวารสาร. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์, 2541.
ยาใจ พงษ์บริบูรณ์. “การวิจัยปฏิบัติการ (Action Research),” วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 17, 2 (มิถุนายน – กันยายน 2537) : 11 – 15.
วนิช สุธารัตน์. ความคิดและความคิดสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: สุวีริยสาส์น, 2547.
ศศศร เดชะกุล. การพัฒนาชุดกิจกรรมทัศนศิลป์สร้างสรรค์แบบเทคนิคซินเนคติกส์สำหรับเด็กหญิงระดับชั้นประถมศึกษาของสถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญญพร. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2553.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2551.
สุจริต เพียรชอบ และสายใจ อินทรัมพรรย์. วิธีสอนภาษาไทยระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช,
2533.
Kemmis, Stephen and Robin Mc Taggart. The Action Research Planer. 3rd ed. Victoria: Brown Prior Anderson National Library of Australia Catalouging In Publication Data, 1990.
Kleiner, Charles S. “The Effect of Synectics Training on Students’ Creativity and Achievement in Science,” Dissertation Abstracts International. 2, 3 (July 1991): 368 – A.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ได้มีการตรวจสอบการลอกเลียนงานวรรณกรรมแล้ว ไม่เกินร้อยละ 25
2. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นข้อคิดเห็น ข้อค้นพบของผู้เขียนบทความ โดยผู้เขียนบทความต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากบทความนั้น ๆ
3. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานีก่อนเท่านั้น และจะต้องมีการอ้างอิงวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ฉบับนั้น ๆ ด้วย