การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยการวิเคราะห์อภิมาน 81-90
คำสำคัญ:
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์, การวิเคราะห์อภิมาน, ขนาดอิทธิพลทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาคุณลักษณะของงานวิจัยที่เกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่พิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2547–2556 2) เพื่อวิเคราะห์ตัวพยากรณ์ที่ดีของค่าดัชนีมาตรฐานของทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และ 3) เพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอแนะในการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นการสังเคราะห์งานวิจัยของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547–2556 โดยใช้วิธีวิเคราะห์อภิมาน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบประเมินคุณภาพงานวิจัย 2) แบบบันทึกคุณลักษณะงานวิจัยระดับเล่ม 3) แบบบันทึกคุณลักษณะงานวิจัยระดับสมมติฐาน และ 4) แบบบันทึกข้อเสนอแนะจากงานวิจัยในการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติบรรยาย การวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยขนาดอิทธิพล การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า
- ผลการศึกษาคุณลักษณะงานวิจัยที่เกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ พบว่า งานวิจัยที่นำมาสังเคราะห์มีจำนวน 103 เล่ม ได้ค่าขนาดอิทธิพล จำนวน 2,009 ค่า โดยหน่วยงานต้นสังกัดของผู้วิจัยที่เป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) มีค่าเฉลี่ยขนาดอิทธิพลสูงที่สุด (= 2.04, SD = 4.444)
- ตัวพยากรณ์ที่ดีของค่าดัชนีมาตรฐานของทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ ตัวแปรการสอนโดยใช้แบบฝึกกิจกรรมด้วยคอมพิวเตอร์ช่วยสอนประกอบการเรียนการสอน (= 0.260)
- ข้อเสนอแนะด้านการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ พบว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้บริหารควรสนับสนุนให้โรงเรียนมีการฝึกอบรมกำกับติดตามครูผู้สอนให้ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์และมัลติมีเดียตามแนวคอนสตรัคติวิสซึมและการสอนแบบสืบเสาะในโรงเรียน
เอกสารอ้างอิง
เลขาธิการสภาการศึกษา, สำนักงาน. รายงานการสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับคุณภาพการศึกษาไทย: การวิเคราะห์อภิมาน (Meta-analysis). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภา, 2552.
วิไลวรรณ พงษ์ชุบ. การเปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิเคราะห์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ระหว่างการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานกับแบบสืบเสาะหาความรู้. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอุธยา, 2553.
ศึกษาธิการ, กระทรวง. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด, 2551.
สุปราณี วีชะรังสรรค์. การจัดการคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเอกชนในเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต, 2553.
หาร พุฒประเสริฐ. การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเจตคติเชิงวิทยาศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษา : วิเคราะห์แบบเมตต้า. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2539.
อนุสรา เสนไสย. ผลของการเรียนการสอนแบบสืบสอบร่วมกับการใช้บทเรียนเว็บเควสท์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550.
อวยพร เรืองตระกูล, นงลักษณ์ วิรัชชัย, ณรงค์ฤทธิ์ อินทนาม และคนอื่น ๆ. การสังเคราะห์งานวิจัยด้าน
การพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระหว่างปี 2546-2552 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. กรุงเทพฯ: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, 2553.
Glass, G. V., B. McGaw and M. L. Smith. Meta-Analysis in Social Research. Beverly Hills: Sage Publications, 1981.
Hunter, J. E. ,F. L. Schmidt and G. B. Jackson. Meta-Analysis: Cumulating Research Findings Across Studies. Beverly Hills: Sage Publications, 1982.
Shadish, W. R. “Meta-analysis and the Exploration of Causal Modeling Process : A Primer of Examples, Methods and Issues,” Psychology Methods. 1, 1 (March 1996): 47-65.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
1. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้ได้มีการตรวจสอบการลอกเลียนงานวรรณกรรมแล้ว ไม่เกินร้อยละ 25
2. บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารนี้เป็นข้อคิดเห็น ข้อค้นพบของผู้เขียนบทความ โดยผู้เขียนบทความต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากบทความนั้น ๆ
3. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานีก่อนเท่านั้น และจะต้องมีการอ้างอิงวารสารวิจัยและประเมินผลอุบลราชธานี ฉบับนั้น ๆ ด้วย