ปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้สำหรับนักเรียน ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ และ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ครูผู้สอนจำนวน 38 คน และนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 127 คน เลือกจากโรงเรียนรัฐบาลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2 ที่จัดการศึกษาแบบเรียนร่วม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ ด้วยวิธี Stepwise
ผลการวิจัยพบว่า 1) จากการศึกษาค้นคว้าทฤษฎี งานวิจัย บทความ และเอกสารที่เกี่ยวข้องสามารถสรุปปัจจัยที่ส่งผลต่อความต้องการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ เป็น 5 ด้าน 1.1) รูปแบบการนำเสนอ 1.2) การออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้ 1.3) ผลป้อนกลับ 1.4) สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ และ 1.5) ความเหมาะสมกับสภาพความบกพร่องทางการเรียน 2) จากการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในแต่ละปัจจัย กลุ่มผู้สอน พบว่าปัจจัยด้านความเหมาะสมกับสภาพความบกพร่องทางการเรียน และด้านสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ มีความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อความต้องการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งเป็นไปตามสมการ ŷ = 0.310 + 1.038 (Disability) – 0.117(Environment) และกลุ่มนักเรียน พบว่า ปัจจัยด้านความเหมาะสมกับสภาพความบกพร่องทางการเรียน และด้านผลป้อนกลับ มีความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อความต้องการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งเป็นไปตามสมการ ŷ = 1.828 + 0.238(Disability) + 0.164 (Feedback)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์บทความวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยเป็นลายลักษณ์อักษร
ความรับผิดชอบ เนื้อหาต้นฉบับที่ปรากฏในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความหรือผู้เขียนเอง ทั้งนี้ไม่รวมความผิดพลาดอันเกิดจากเทคนิคการพิมพ์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2545. โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2559). สถิติสำหรับงานวิจัย พิมพ์ครั้งที่ 10. หจก.สามลดา.
ดารณี อุทัยรัตนกิจ และคณะ. (2559). แบบคัดกรองนักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้
และออทิซึม. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ ศูนย์ศึกษา
และพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษ "คุณพุ่ม".
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น พิมพ์ครั้งที่ 14. สุวีริยาสาส์นบุญธรรมกิจ.
สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2565). ระบบบริหารจัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม. http://specialbasic.specialset.bopp.go.th/specialbasic/report_guest.php?p=12df&&report=2t
American Psychiatric Association. (2001). DSM-IV. Washington DC: American Psychiatric Press.
Benmarrakchi, F., El Kafi, J., Elhore, A., & Haie, S.(2017). Exploring the use of the ICT in supporting
dyslexic students’ preferred learning styles: A preliminary evaluation. Education and
Information Technologies, 22, 2939-2957.
Cano, S. R., Alonso, P. S., Benito, V. D., & Villaverde, V. A. (2021). Evaluation of motivational
learning strategies for children with dyslexia: A FORDYSVAR Proposal for Education and
Sustainable Innovation. Sustainability, 13(5), 2666.
Cataudella, S., Carta, S., Mascia, M. L., Masala, C., Petretto, D. R., & Penna, M. P. (2021).
Psychological aspects of students with learning disabilities in e-environments: A mini
review and future research directions. Frontiers in Psychology, 11, 611818.
Gagne, R. M. (1997). Mastery learning and instructional design originally published in 1988, PIQ
1. Performance Improvement Quarterly, 10(1), 8-19.
Luís, C., & Marcelino, M. J. (2021). Accessibility and Usability in Learning Objects. Perspectives
and Trends in Education and Technology: Selected Papers from ICITED 2021, 83-92.
Mayer, R. E. (2009). Multimedia Learning. Second Edition ed.Cambridge University Press, 2009.
Osman, A., Wan Yahaya, W., & Che Ahmad, A. (2015). Educational multimedia app for
dyslexia literacy intervention: a preliminary evaluation. Social and Behavioral
Sciences 176 (2015) 405 – 411.
Pannim, P., Suwannatthachote, P., Manowan, P., & Numprasertchai, S. (2022). Improving Reading
Comprehension Skills Using Multimedia Storytelling with Mind Maps for Students with
Learning Disabilities in Thailand. International Journal of Emerging Technologies in
Learning, 17(8).
Vaughan, Tay. (2014). Multimedia: Making it Work. 8 th ed. McGraw Hill Technology Education.
Z-punkt GmbH. (2020). Z-punkt Megatrends Update. The Foresight Company, Germany.date.
The Foresight Company ,Germany.