พุทธบูรณาการเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วม ของเยาวชนในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความคิดเห็นต่อวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมของเยาวชน 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นต่อวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมของเยาวชน จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3) นำเสนอพุทธบูรณาการเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมของเยาวชน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เยาวชนที่ศึกษาในโรงเรียนธารปราสาทเพชรวิทยา และโรงเรียนมะค่าวิทยา จำนวน 173 คน ทำการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี รวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที (t-test) รวมถึง การทดสอบค่าเอฟ (F-test) และเก็บรวบรวมข้อมูลโดยสัมภาษณ์จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 4 กลุ่ม เลือกตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 9 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า
- ระดับความคิดเห็นต่อวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมของเยาวชน โดยรวมอยู่ในระดับมาก (
=4.17) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านความโน้มเอียงด้านความรู้หรือการรับรู้ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (
=4.20) รองลงมาคือ ด้านความโน้มเอียงด้านความรู้สึก (
=4.17) และด้านความโน้มเอียงด้านการประเมินค่า มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (
=4.13)
- การเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมของเยาวชน เยาวชนที่มีอายุ ระดับการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นต่อวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนเยาวชนที่มีเพศต่างกันมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน
- พุทธบูรณาการเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมของเยาวชนในอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ตามหลักสาราณียธรรม 6 ได้แก่ กายกรรม การทำดีต่อกันมีน้ำใจช่วยเหลือกัน วจีกรรม การพูดดีต่อกันให้เกิดความสามัคคี มโนกรรม การคิดดีเสียสละสาธารณโภคี การจัดสรรผลประโยชน์ต่อส่วนรวมสนับสนุนพัฒนาท้องถิ่น สีลสามัญญตา ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ด้านทิฏฐิสามัญญตา รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นนำไปสู่การขจัดปัญหา เพื่อความสามัคคีกันในสังคม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จรัญ ทุมตาลเดี่ยว. (2563). วัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ. ใน วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ณรงค์ โพธิ์พฤกษานันท์. (2560). อาเซียนศึกษา. กรุงเทพมหานคร: แมคกรอ-ฮิล.
ธงชัย สิงอุดม และคณะ. (2565). การพัฒนารูปแบบวัฒนธรรมทางการเมืองแบบมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่จังหวัดเลย. วารสารวิจยวิชาการ, 5(2), 105-116.
พระครูขันติธรรมธารี (วิเชียร วงษ์ยาแดง). (2566). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก. ใน วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระใบฎีกาบุญส่ง ปุญฺญภาโค (พันธ์กุล). (2566). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนเทศบาลตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา. ใน สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหามงคล ขนฺติธโร (พุกแสง). (2566). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยของเทศบาลเมืองสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา. ใน สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชารัฐศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ไพวรรณ ปุริมาตร. (2563). พลวัตทางการเมืองกับการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของนักการเมืองท้องถิ่น. ใน ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์. (2557). ทัศนคติทางการเมืองของเยาวชนในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร: เอส แอนด์ จี กราฟฟิค.
สุรพงษ์ ชัยนาม. (2565). อาเซียนในสหัสวรรษใหม่. กรุงเทพมหานคร: เต็มร้อย.
เอนก เหล่าธรรมทัศน์. (2557). สร้างการปกครองท้องถิ่นให้เป็นรากฐานของประชาธิปไตย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Yamane. T. (1973). Statistic: An Introductory Analysis. New York: Harper and Row.