การจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามหลักสังคหวัตถุ 4 สำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

Main Article Content

นัยยะนันท์ ชุมบัวจันทร์

บทคัดย่อ

     บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกตามหลักสังคหวัตถุ 4 สำหรับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งประกอบด้วย ทาน (การให้), ปิยวาจา (การพูดจาไพเราะ), อัตถจริยา (การทำตนให้เป็นประโยชน์) และสมานัตตตา (การวางตนเสมอต้นเสมอปลาย) อันเป็นหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ที่เน้นการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีคุณธรรม มาใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความมีส่วนร่วมของผู้เรียน กระตุ้นให้เกิดการคิดวิเคราะห์ แลกเปลี่ยน และลงมือปฏิบัติจริงอย่างมีความหมาย ทั้งนี้ ผู้เขียนได้นำเสนอแนวคิดของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกซึ่งเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ร่วมกับแนวทางการประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุ 4 ในบริบทของห้องเรียนยุคใหม่ ผลจากการวิเคราะห์พบว่า หลักสังคหวัตถุ 4 มีความสอดคล้องกับหลักการของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะในมิติของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับผู้เรียน การส่งเสริมบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และการหล่อหลอมคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปกับองค์ความรู้ การใช้ทาน ช่วยให้ครูมีความเอื้อเฟื้อในการแบ่งปันทรัพยากร ความรู้ และเวลาแก่ผู้เรียน ปิยวาจาทำให้เกิดการสื่อสารที่สร้างแรงจูงใจและความไว้วางใจ อัตถจริยาทำให้ครูเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิต และสมานัตตตา ทำให้ครูมีความยุติธรรมในการปฏิบัติต่อผู้เรียนอย่างเสมอภาค บทความนี้จึงเสนอว่า การจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่หลอมรวมหลักสังคหวัตถุ 4 เข้าด้วยกัน ไม่เพียงแต่ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกทางศีลธรรมและคุณธรรมให้เกิดขึ้นในกระบวนการเรียนรู้อย่างแท้จริงและยั่งยืน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กาญจนา ตั้งชลทิพย์. (2562). จิตวิทยาเพื่อการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณรงค์ฤทธิ์ แก้วโว้น. (2564). การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุกเพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์, 42(1), 101-115.

บุญทัน ดอกไธสง. (2557). จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพครู. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ประจักษ์ ประภาพิทยากร. (2560). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21.วารสารวิชาการครุศาสตร์, 48(2), 45–58.

ปรียพร วิศาลบูรณ์ และคณะ. (2566). จิตบำบัดตามแนวพุทธจิต: บทวิเคราะห์ในมิติทางการพยาบาล. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(1), 120-140.

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2561). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระปลัดสุรศักดิ์ วรวิทยธาดา. (2566). การประยุกต์ใช้หลักสังคหวัตถุ 4 เพื่อลดความขัดแย้งในชุมชนวัดใหม่เจริญราษฎร์ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(6), 1417-1430.

พระอรรถชาติ เดชดำรง. (2566). การแบ่งช่วงชั้นทางสังคม: มุมมองของศาสนาพราหมณ์–ฮินดู และพระพุทธศาสนา. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(2), 481-492.

ภัคภร เกตุจันทร์. (2561). บทบาทของครูกับการส่งเสริมความเสมอภาคในการศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 25(1), 54–66.

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

โยตะ ชัยวรมันกุล และคณะ (2566). พุทธนวัตกรรมภาวนา 4 เพื่อเพิ่มพลังของผู้สูงอายุ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(2), 611-625.

เรืองชัย ยงโยธิน. (2562). แนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. กรุงเทพมหานคร: การศึกษา.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2547). การเรียนรู้เชิงรุก: แนวคิดและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุวิทย์ วิบูลย์เศรษฐ์. (2554). การพัฒนาครูตามหลักพุทธธรรม. วารสารวิชาการทางพระพุทธศาสนา, 13(2), 33-45.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2561). แนวทางการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

Black, P., & Wiliam, D. (2009). Developing the theory of formative assessment. Educational Assessment, Evaluation and Accountability, 21(1), 5–31.

Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1. Washington, DC: The George Washington University.

Brookfield, S. D., & Preskill, S. (2005). Discussion as a way of teaching: Tools and techniques for democratic classrooms. San Francisco: Jossey-Bass.

Chi, M. T. H., & Wylie, R. (2014). The ICAP framework: Linking cognitive engagement to active learning outcomes. Educational Psychologist, 49(4), 219–243.

Damnoen, P. S., et al. (2021). The development of student characteristics in according to the Nawaluk framework of the Buddhist integration of Buddhapanya Sri Thawarawadee Buddhist College. Asia Pacific Journal of Religions and Cultures, 5(2), 126-135.

Freeman, S., et al. (2014). Active learning increases student performance in science, engineering, and mathematics. Proceedings of the National Academy of Sciences, 111(23), 8410-8415.

Gee, J. P. (2003). What video games have to teach us about learning and literacy. New York: Palgrave Macmillan.

Hmelo-Silver, C. E. (2004). Problem-based learning: What and how do students learn?. Educational Psychology Review, 16(3), 235-266.

Johnson, D. W., et al. (2006). Active learning: Cooperation in the college classroom (3rd ed.). Edina, MN: Interaction Book Company.

Joyner, B., & Young, L. (2006). Teaching medical students using role play: Twelve tips for successful role plays. Medical Teacher, 28(3), 225-229.

Klomkul, L., et al. (2023). Network development of Buddhist communication innovative space for media literacy of Thai youths. Journal of Namibian Studies: History Politics Culture, 35, 919-935.

Lyman, F. (1981). The responsive classroom discussion: The inclusion of all students. In A. Anderson (Ed.), Mainstreaming Digest. College Park, MD: University of Maryland Press.

Michael, J. (2006). Where's the evidence that active learning works?. Advances in Physiology Education, 30(4), 159-167.

Osborn, A. F. (1953). Applied imagination: Principles and procedures of creative problem solving. New York: Scribner.

Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223-231.

Topping, K. J. (2005). Trends in peer learning. Educational Psychology, 25(6), 631–645.

Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. San Francisco, CA: Jossey-Bass.