ปัจจัยทางสังคมที่ส่งผลต่อความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชุมชน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

Main Article Content

พระครูศรีรัตนาภิรมย์ (สมหมาย) ถิรจิตฺโต
ปัณณพงศ์ วงศ์ณาศรี

บทคัดย่อ

     การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยทางด้านสังคมที่ส่งผลต่อความศรัทธาในพระพุทธศาสนา 2) ศึกษาความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชุมชนอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางด้านสังคมกับความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชุมชนอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา และ 4) เสนอแนะแนวทางส่งเสริมความศรัทธาในพระพุทธศาสนาของชุมชนอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา การวิจัยเป็นเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากประชาชนที่นับถือพระพุทธศาสนาในตำบลท่าบอน อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา จำนวน 351 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางเครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน


ผลการวิจัยพบว่า:


  1. ปัจจัยทางสังคมโดยรวมอยู่ในระดับมาก (3.97) โดยด้านครอบครัวมีอิทธิพลสูงสุด (4.20) รองลงมาคือประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น (4.02) ส่วนกลุ่มเพื่อนหรือเครือข่ายทางสังคมมีอิทธิพลต่ำสุด (3.77) สะท้อนว่าศรัทธายังคงพึ่งพาโครงสร้างทางสังคมดั้งเดิมเป็นสำคัญ

  2. ความศรัทธาโดยรวมอยู่ในระดับมาก (4.00) โดยตถาคตโพธิสัทธามีค่าเฉลี่ยสูงสุด (4.10) แสดงถึงความเชื่อมั่นในพระปัญญาคุณ ขณะที่กัมมสัทธา (3.98) และวิปากสัทธา (3.92) เป็นฐานความเชื่อด้านศีลธรรมที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม การนำหลักกรรมไปใช้ในการตัดสินใจมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าด้านอื่น

  3. ปัจจัยทางสังคมมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความศรัทธาในระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .78, p < .01) โดยประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นมีความสัมพันธ์สูงสุดกับกัมมสัทธาและวิปากสัทธา (r = .82) ขณะที่กลุ่มเพื่อนหรือเครือข่ายทางสังคมมีความสัมพันธ์ต่ำสุดกับตถาคตโพธิสัทธา (r = .54)

  4.  แนวทางส่งเสริมศรัทธาควรครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน เน้นศรัทธาบนฐานปัญญาและการปฏิบัติจริง ใช้วัดเป็นศูนย์กลางบูรณาการครอบครัว โรงเรียน และผู้นำชุมชน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางศรัทธาและความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ณัฐชยา เพชรรัตน์. (2562). อิทธิพลของผู้นำชุมชนต่อการรักษาศรัทธาในพระพุทธศาสนา. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.

ธนพงษ์ วิริยะวงศ์. (2563). บทบาทของชุมชนกับการธำรงพระพุทธศาสนาในยุคสมัยใหม่. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.

พงศ์พัฒน์ ศิริพงศ์ และกนกวรรณ จิตต์อารี. (2563). ผลกระทบของการย้ายถิ่นฐานต่อความเข้มแข็งของชุมชนในภาคใต้. วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น, 11(3), 33-48.

พระพรหมคุณาภรณ์. (ป.อ.ปยุตโต). (2556). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย (พิมพ์ครั้งที่ 32). กรุงเทพฯ: ผลิธัมม์.

พิสณุ ฟองศรี. (2550). แนวคิดและกระบวนการวิจัยทางการศึกษา. วารสารการวิจัยทางการศึกษา, 2(1), 1-15.

ภัทรา ธรรมรัตน์. (2564). ปัจจัยทางสังคมที่ส่งผลต่อการดำรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา: กรณีศึกษาชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 8(2), 89-103.

วิชิต สมัยเจริญ. (2564). วิกฤตศรัทธาในพระพุทธศาสนา: ศึกษาเชิงกรณี. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สมชาย รัตนวิมล และนพรัตน์ แสงทอง. (2560). ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นของอำเภอระโนด. วารสารวัฒนธรรมศึกษา, 12(2), 45-60.

สมบูรณ์ บุญญานุภาพ. (2558). หลักธรรมในพระพุทธศาสนา: ความศรัทธาและปัญญา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรราชวิทยาลัย.

สุมาลี วัฒนเศรษฐ. (2564). บทบาทวัดกับความเป็นศูนย์กลางชุมชน. วารสารศาสนาและสังคม, 5(2), 120-134.

สุวิชา จิตตสุทธิ. (2555). บทบาทของพระพุทธศาสนาในสังคมไทยยุคปัจจุบัน. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 19(2), 45-60.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.