การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านโดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิคการจำอักษรจีนแบบเชื่อมโยงร่วมกับสื่อปฏิสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมทักษะการเขียนอักษรจีนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านโดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิคการจำอักษรจีนแบบเชื่อมโยงร่วมกับสื่อปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการเขียนอักษรจีนก่อนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านโดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิคการจำอักษรจีนแบบเชื่อมโยงร่วมกับสื่อปฏิสัมพันธ์ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนวิชาภาษาจีนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านโดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิคการจำอักษรจีนแบบเชื่อมโยงร่วมกับสื่อปฏิสัมพันธ์ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านโดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิคการจำอักษรจีนแบบเชื่อมโยงร่วมกับสื่อปฏิสัมพันธ์ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนพังเคนพิทยา จำนวน 26 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบวัดทักษะการเขียนอักษรจีน 3) แบบฝึกทักษะการเขียนอักษรจีน 4)แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที ผลการศึกษา พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด โดยได้ค่า E1= 79.93 และ E2 = 79.10 แสดงถึงความเหมาะสมของรูปแบบการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น ทักษะการเขียนอักษรจีนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในด้านความถูกต้องของลำดับขีด ส่วนประกอบ และรูปแบบอักษร ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาจีนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับเดียวกัน นอกจากนี้ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ในระดับมากที่สุด โดยให้ความเห็นว่ากิจกรรมก่อนเรียนผ่านสื่อดิจิทัลร่วมกับกิจกรรมฝึกปฏิบัติในชั้นเรียนช่วยเพิ่มความเข้าใจ แรงจูงใจ และการมีส่วนร่วม ทำให้การเรียนรู้ภาษาจีนเกิดประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
Downloads
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นครินทร์ สุกใส. (2561). การจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 10(1), 21–35.
นรินทชัย ฮะภูริวัฒน์. (2555). จิตวิทยาการเรียนรู้. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พศิษพงษ์ นาคภู่. (2564). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านร่วมกับแอปพลิเคชันสำหรับเรียนรู้ผ่านวีดิทัศน์แบบมีปฏิสัมพันธ์ (Edpuzzle). วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยนเรศวร.
รุจิรา มาลี. (2563). การพัฒนาแบบฝึกการเขียนอักษรจีนแบบตัวอักษรประสม โดยใช้เทคนิคการจำอักษรจีนแบบเชื่อมโยง โดยใช้เทคนิคการจำอักษรจีนแบบเชื่อมโยง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยนเรศวร.
โรงเรียนพังเคนพิทยา. (2567). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ประจำปี 2567. โรงเรียนพังเคนพิทยา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4). http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2542/A/074/1.PDF
วิจารณ์ พานิช. (2557). การเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21. สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.).
Bergmann, J., & Sams, A. (2012). Flip your classroom: Reach every student in every class every day. Washington, DC: International Society for Technology in Education.
Marlowe, C. A. (2012). The effect of the flipped classroom on student achievement and stress (Master’s thesis, Montana State University, Bozeman, MT, United States).
McMahon, W. (2013). The flipped classroom: A survey of the research. ResearchGate. https://www.researchgate.net/publication/285935974_The_flipped_classroom_A_survey_of_the_research
Millard, E. (2012). 5 reasons flipped classrooms work. University Business, 15(11), 26–29. Strayer, J. (2012). How learning in an inverted classroom influences cooperation, innovation and task orientation. Learning Environments Research, 15(2), 171–193. https://doi.org/10.1007/s10984-012-9108-4
UNESCO. (2022). Reimagining our futures together: A new social contract for education. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000379707
World Bank. (2023). World development report 2023: Migrants, refugees, and societies. https://www.worldbank.org/en/publication/wdr2023