การพัฒนาหลักสูตรตามแนวการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จังหวัดลำปาง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาคุณภาพหลักสูตรตามแนวการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จังหวัดลำปาง และ 2) ศึกษาผลการใช้หลักสูตรตามแนวการเรียนรู้เชิงรุก เป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จังหวัดลำปางที่อาสาสมัครเข้าร่วมโครงการ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 52 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 5 ชนิด ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบประเมินความเหมาะสมของหลักสูตร แบบประเมินความสามารถในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และแบบประเมินความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1. หลักสูตรตามแนวการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน รายวิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จังหวัดลำปางประกอบด้วย 9 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ความเป็นมาและความสำคัญของหลักสูตร 2) เป้าหมายของหลักสูตร 3) หลักการของหลักสูตร 4) จุดมุ่งหมายของหลักสูตร 5) โครงสร้างเนื้อหาหลักสูตร/จำนวนชั่วโมงของหลักสูตร 6) การนำหลักสูตรไปใช้ 7) สื่อ ทรัพยากร แหล่งเรียนรู้ 8) การวัดและประเมินผล และ9) เงื่อนไขในการนำหลักสูตรไปใช้ ผลการประเมินความเหมาะสมของหลักสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดและคู่มือหลักสูตรมีความเหมาะสมมากที่สุด 2. ผลการนำหลักสูตรไปใช้พบว่าความสามารถในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ของครูตามหลักสูตรโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และความสามารถในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกของครู มีคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 93.50 ซึ่งอยู่ในระดับดีมาก และผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (ร้อยละ 80) แสดงว่าหลักสูตรมีคุณภาพสามารถนำไปพัฒนาความสามารถในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำสำคัญ การพัฒนาหลักสูตร, การเรียนรู้เชิงรุก, การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา. (2566). “PISA2022” ถอดรหัสความเหลื่อมล้ำ. https://www.eef.or.th/article-pisa-2022-00/
ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์. (2563). สองทศวรรษของความเหลื่อมล้ำทางคุณภาพการศึกษาและการจัดสรรทรัพยากรระดับพื้นที่ของประเทศไทย [รายงานประกอบการสัมมนาประจำปี]. คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
โชติวัน แย้มขยาย. (2566). การพัฒนาหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความสามารถการออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ความท้าทายเป็นฐานร่วมกับแนวคิดเกมมิฟิเคชันสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารปัญญาภิวัฒน์, 15(3), 253–272. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pimjournal/article/view/267116
ทิศนา แขมมณี. (2566). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 26). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนวรรณ ทองธรรม, และพิทยา แสงสว่าง. (2568). แนวปฏิบัติที่ดีในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู: การศึกษาพหุกรณีในจังหวัดสุโขทัย. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ ศรีนครินทรวิโรฒ, 26(2), 21–35. https://so13.tci-thaijo.org/index.php/SWU_JEd/article/view/1572
นพรุจน์ แสนหล้า, และพันธ์ทิพา จุฬากาญจน์. (2567). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิชาการนอร์ทเทิร์น, 11(3), 17–24. https://so09.tci-thaijo.org/index.php/AJntc/article/view/5265
ปรีชา จั่นกล้า, นฤนาท จั่นกล้า, และปกรชัย เมืองโคตร. (2567). การศึกษาความสามารถในการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์สำหรับนักศึกษาครู โดยการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. Journal of Roi Kaensarn Academi, 9(4), 743–756. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/266611
พรรณี ปานเทวัญ. (2559). การพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 กับการเรียนรู้เชิงรุกในวิชาชีพพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก, 17(3), 17–24. https://he01.tcithaijo.org/index.php/JRTAN/article/view/73072
ภัทรนันท์ จุลทอง, และกาญจน์ เรืองมนตรี. (2568). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 3. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 10(1), 1400–1412. https://so06.tcithaijo.org/index.php/mcjou/article/view/285828
มาเรียม นิลพันธุ์. (2558). วิธีวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 9). ศูนย์วิจัยและพัฒนาทางการศึกษา.
ศจีทิพย์ ตาลพันธ์, เอกราช โฆษิตพิมานเวช, และกนกอร สมปราชญ์. (2566). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 6(5), 642–656. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/285828
สมฤดี พละวุฑิโฒทัย. (2561). การพัฒนาการบริหารระบบการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความเป็นพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 9(1), 264–273. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EdAd/article/view/156983
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง. (2564). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET).
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom (ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1). School of Education and Human Development, The George Washington University.
Garnham, W., & Gowers, I. (2023). Active learning in higher education: Theoretical considerations and perspectives. Routledge.
Meyers, C., & Jones, T. B. (1993). Promoting active learning: Strategies for the college classroom. Jossey-Bass.
Suwanreang, C., Pankaew, K., Plodkaew, K., & Jun-on, N. (2026). Enhancing self-directed STEAM learning through accessible digital technologies in resource-constrained schools. Discover Education, 5, Article 256. https://doi.org/10.1007/s44217-026-01633-4
Taba, H. (1962). Curriculum development: Theory and practice. Harcourt, Brace & World.
Tyler, R. W. (1949). Basic principles of curriculum and instruction. University of Chicago Press.