กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับคนพิการทางการเห็น
คำสำคัญ:
คนพิการทางการเห็น, การฟื้นฟูสมรรถภาพ, ทักษะชีวิต, การฝึกอาชีพ, คุณภาพชีวิตบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพและประเมินผลลัพธ์ของคนพิการทางการเห็นในศูนย์ฝึกอาชีพ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยผู้ปฏิบัติงานฟื้นฟูสมรรถภาพ 48 คน และคนพิการทางการเห็น 40 คน รวม 88 คน เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถาม และวิเคราะห์ผลตามกรอบบัญชีสากลเพื่อการจำแนกการทำงาน ความพิการ และสุขภาพ ผลการวิจัยพบว่า ศูนย์ฝึกอาชีพจัดหลักสูตรด้านอาชีพและทักษะชีวิต เช่น การนวดแผนไทย การใช้อักษรเบรลล์ การใช้คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน การฝึกทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว รวมถึงหัตถกรรมและเกษตรกรรม ควบคู่กับการให้คำปรึกษาเพื่อการปรับตัว ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการวางแผนชีวิต อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานยังมีข้อจำกัดจากการขาดความร่วมมือของครอบครัว การมีความพิการซ้อน และแรงจูงใจของผู้เรียนที่อยู่ในระดับต่ำ สำหรับผลการประเมินความบกพร่อง ความยากลำบาก หรือข้อจำกัดในการมีส่วนร่วมหรือทำกิจกรรมในสังคมเปรียบเทียบก่อนและหลังการฟื้นฟูสมรรถภาพ พบว่าคนพิการทางการเห็นส่วนใหญ่มีข้อจำกัดไม่มีเลยหรือมีเพียงเล็กน้อยใน 7 กิจกรรมหลักของชีวิตประจำวัน เช่น การดูแลสุขภาพตนเอง การทำงานบ้าน การใช้ชีวิตในชุมชน การเคลื่อนที่ การเตรียมอาหาร การใช้บริการขนส่ง และการศึกษา ขณะที่กิจกรรมนันทนาการ ยามว่าง และการพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจมีข้อจำกัดตั้งแต่ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนลักษณะของการเห็นยังเป็นกิจกรรมที่มีข้อจำกัดในลักษณะรุนแรงที่สุด สรุปได้ว่ากระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพมีบทบาทสำคัญต่อการเพิ่มทักษะชีวิต โอกาสทางอาชีพ การทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การมีส่วนร่วมในสังคม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนพิการทางการเห็น โดยควรดำเนินการอย่างยืดหยุ่น เหมาะสมกับรายบุคคล และได้รับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เอกสารอ้างอิง
องค์การอนามัยโลก (2544). บัญชีสากลเพื่อการจำแนกการทำงาน ความพิการ และสุขภาพ : ICF, องค์การอนามัยโลก.
กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (2568). รายงานสถิติคนพิการ. กรุงเทพฯ: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
Durocher, E. (2012). Social isolation and participation of individuals with vision loss, British Journal of Visual Impairment, vol. 30(2), pp.78–87.
Davila Quintana, D. and Malo, M. Á. (2012). Labour market participation of disabled people in Spain, SERIEs, vol. 3, pp. 273–293.
Rischewski, D. (2008). Barriers to inclusion for people with disabilities in low-income countries, The Lancet, vol. 371(9629), pp. 216–217.
วัชรีกร ภิมาลย์, จุฬารัตน์ สุริยาทัย, พยุง ถุงเสน, และกาญจนา ธนะขว้าง. (2560). ผลการฟื้นฟูสมรรถภาพคนตาบอดด้านการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม และการเคลื่อนไหว โรงพยาบาลท่าวังผา จังหวัดน่าน [รายงานการวิจัย]. โรงพยาบาลท่าวังผา.
Leija, L. and James, N. (2011). Depression and quality of life among visually impaired adults, Disability & Rehabilitation, vol. 33(8), pp. 658–665
ประหยัด ภูหนองโอ่ง (2553). การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการในประเทศไทย, กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
มณเฑียร บุญตัน (2555). โอกาสทางการศึกษาของคนพิการในสังคมไทย, กรุงเทพฯ: สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย.
United Nations. (2006). Convention on the rights of persons with disabilities (CRPD). NY: United Nations.
Corn, A. L., Wall, R., Bell, J. K. and Huebner, K. M. (2020). Comprehensive approaches to vision rehabilitation: Integrating education, employment, and independence, Journal of Visual Impairment & Blindness, vol. 114(2), pp. 87–99.
Virgili, G. and Rubin, G. (2018). Orientation and mobility training for adults with low vision, Cochrane Database of Systematic Reviews, (1), CD003925.
วิโรจน์ ศรีสุภาพ (2563). รูปแบบการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการทางการเห็นในประเทศไทย, วารสารพัฒนาสังคม, 22(2), หน้า 45–67.
ปิยะนุช สุจิต (2564). แนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพสำหรับคนพิการทางการเห็นที่ยั่งยืน, วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 17(2), หน้า 23–38.
สมพร ใจการุณ (2564). อุปสรรคในการเข้าถึงบริการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการทางการเห็น, วารสารวิจัยสังคม, 35(3), หน้า 77–93.
นภาพร จันทร์ฉาย (2565). การศึกษาเปรียบเทียบรูปแบบการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการทางการเห็นในประเทศไทย, วารสารวิชาการคนพิการ, 14(2), หน้า 78-95.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
จริยธรรมในการตีพิมพ์บทความ
- กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์พิจารณาบทความที่มีรูปแบบและคุณสมบัติที่ครบถ้วนตามข้อกำหนดเท่านั้น หากบทความนั้นไม่ตรงตามข้อกำหนด กองบรรณาธิการฯ มีสิทธิ์ในการปฏิเสธลงตีพิมพ์
- ในการขอหนังสือตอบรับการตีพิมพ์ กองบรรณาธิการฯจะออกให้ในกรณีที่บทความนั้นพร้อมที่จะลงตีพิมพ์โดยไม่มีเงื่อนไขเท่านั้น
- การพิจารณาบทความ (Peer review) ของวารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยีถือเป็นที่สิ้นสุด ผลงานวิชาการอาจไม่ได้ลงตีพิมพ์ในเล่มที่กำหนดไว้จนกว่าจะผ่านการพิจารณาบทความ (Peer Review) และพร้อมจะลงตีพิมพ์เผยแพร่แล้วเท่านั้น
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมของการวิจัยในมนุษย์และสัตว์จะต้องผ่านการประเมินโดยกรรมการจริยธรรมของต้นสังกัด
- บทความที่ส่งมาต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร JLIT