แนวทางการยอมรับการใช้งานแอปพลิเคชัน ThaID กรณีศึกษาประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร
คำสำคัญ:
แอปพลิเคชัน ThaID, การรับรู้ประโยชน์, การรับรู้ความง่าย, การรับรู้ความเสี่ยงบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการยอมรับการใช้งานแอปพลิคชัน ThaID 2) เปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลต่อการยอมรับการใช้งานแอปพลิเคชัน ThaID และ3) ศึกษาข้อเสนอแนะ ต่อแนวทางการยอมรับการใช้งานแอปพลิเคชัน ThaID ของประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ โดยมีกลุ่มตัวอย่าง 400 คน โดยใช้ตารางสำเร็จรูปของ “Taro Yamane” และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 10 คน ด้วยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงกับผู้ทรงคุณวุฒิแล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบสมมติฐานด้วยค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบ t-test, f-test
ผลการวิจัยพบว่า
1. ระดับการยอมรับการใช้งาน ด้านการรับรู้ประโยชน์ ด้านการรับรู้ความง่าย และด้านการรับรู้ความเสี่ยง มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก = 4.02 และ S.D. = 0.40
2. ในการเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลพบว่าระดับการศึกษา มีความแตกต่างกันในด้านการรับรู้ประโยชน์จากการใช้งาน และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนจะมีความแตกต่างกันในด้านการรับรู้ความง่าย และการรับรู้ความเสี่ยงในการใช้งาน
3. ควรมีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส มีการออกแบบให้เข้าใจง่าย สร้างมาตรการป้องกันความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่รัดกุม
เอกสารอ้างอิง
พนิดา ศรีไชย และภีรภัทร ภักคีรี. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้งานแอพพลิเคชั่น ThaID ของประชาชนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. (การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ). คณะบริหารธุรกิจ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
พิมนภัทร์ ฤทธิชัย และสุภาพร คูพิมาย. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ความเสี่ยงและการยอมรับการใช้งานเทคโนโลยี กับพฤติกรรมการใช้บริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของลูกค้า ธนาคารกสิกรไทยในจังหวัดสระบุรี. วารสารวิชาการการตลาดและการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, 8(1), 1-17.
พรรณวดี เลิศลุมพลีพันธุ์. (2567). ความปลอดภัยและความผิดทางคอมพิวเตอร์และความเสี่ยงการทำธุรกรรมดิจิทัล ที่มีผลต่อการยอมรับเทคโนโลยีดิจิทัลของกลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชันเอ็กซ์ในกรุงเทพมหานคร. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธนบุรี, 18(2), 106-120.
วนิดา แซ่ตั้ง, ศักดิ์ชาย ตั้งวรรณวิทย์ และธนพล เจนสุทธิเวชกุล. (2564). การศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ในประเทศไทย:มุมมองขององค์กร. วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี), 13(25), 110-122.
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. (ม.ป.ป.). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน). เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/tj7X9
สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาระบบราชการ. (2566). คู่มือการประเมินสถานะของหน่วยงานภาครัฐในการเป็นระบบราชการ 4.0 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/izkap
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. (2566). ระบบ Digital ID ของกรมการปกครองใน แอปพลิเคชัน ThaID. เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/6RFyJ
อรพิชา ศิริวงศ์ และวิโรจน์ ก่อสกุล. (2567). ผลกระทบจากการนำแอปพลิเคชัน ThaID (Thai Digital Identity) เพื่อใช้ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน มาใช้ในการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการ : กรณีศึกษาที่ทำการปกครองอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา. (การค้นคว้าอิสระมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
Denhardt, J. V. & Denhardt, R. B. (2007). The New Public Services (Expanded Edition) : Serving not Steering.Armonk. New York: M.E. Sharpe. (p.74)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ