การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมเพลง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2

Main Article Content

พิมพ์ลภัส ชมภูพาน
ปวีณาการณ์ พลหาญ
ยุภาพร วิวัฒน์พัฒนกุล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กิจกรรมเพลง และ 2) เปรียบเทียบทักษะการพูดภาษาอังกฤษ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กับเกณฑ์ร้อยละ 70 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนพินิจราษฎร์บำรุง อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเพลง จำนวน 5 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง 2) แบบวัดทักษะการพูด จำนวน 5 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่า t-test (One-samples t-test)
 
ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเพลง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ได้แผนการจัดกิจกรรม 5 แผน ผลการประเมินความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 2) นักเรียนมีทักษะการพูดภาษาอังกฤษ หลังเรียนด้วยการใช้กิจกรรมเพลง สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชมภูพาน พ., พลหาญ ป., & วิวัฒน์พัฒนกุล ย. (2024). การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้กิจกรรมเพลง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 21(1), 75–83. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edu-rmu/article/view/263863
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กัลยา ไตรศรีศิลป์. (2542). การพัฒนากิจกรรมการเขียนภาษาอังกฤษเชิงสร้างสรรค์ในระดับมัธยมศึกษา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. http://cmuir.cmu.ac.th/jspui/handle/6653943832/23799

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.

ปรมัตถ์ จันพันธ์. (2560). การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยการสอนโดยใช้บทเพลงและการสอนแบบปกติ. มหาวิทยาลัยรามคำแหง. http://www.edu-journal.ru.ac.th/AbstractPdf/2560-5-1_1510834859_is-eng55-0006.pdf

ปันฐ์ธินันต์ เพชรรัตน์. (2560). การศึกษาความสามารถในการฟัง-การพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดศรัทธาราษฎร์. file:///C:/Users/ACER/Downloads/153313-Article%20Text-414651-1-10-20181102%20(2).pdf

พิรุณรักษ์ พลหล้า. (2558) การพัฒนาความสารถทางการพูดภาษาอังกฤษและความรู้ด้านคำศัพท์โดยใช้กิจกรรมเพลง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

ละออ ชุติกร. (2537). เอกสารการสอนชุดวิชา วรรณกรรมและลีลาคดีระดับปฐมวัยศึกษา เล่มที่ 2: หน่วยที่ 10 เพลงและดนตรีสำหรับเด็กปฐมวัย. ฝ่ายการพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

วรวรรธน์ ศรียาภัย, กรรณิการ์รักษา และ คนึงนิจ ศีลรักษ์. (2553). ความต้องการคุณลักษณะบัณฑิตทางภาษาและการสื่อสารของสถานประกอบการ. วารสารช่อพะยอม, 21(2553), 36-50.

วาริน รุ่งจตุรภัทร. (2545). เขียนได้ พูดได้ แต่นี้ไป เล่ม 3. วรรณสาส์น.

วิโรจน์ ปะรัมย์. (2561). ผลการใช้กิจกรรมเพลงเพื่อส่งเสริมความสามารถในการฟัง-พูดภาษาอังกฤษ และความรู้คำศัพท์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. ระบบคลังข้อมูลทางวิชาการ BRU. http://dspace.bru.ac.th/xmlui/handle/123456789/6791

เศรษฐวิทย์ [นามแฝง]. (2551). สนุกกับภาษาอังกฤษผ่านเพลง. โรงพิมพ์เม็ดทราย.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

อรารัตน์ ก้อนจำปา. (2561). ผลการใช้เพลงและเกมที่มีต่อความสามารถในการพูดและความรู้ด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. file:///C:/Users/ACER/Downloads/FULLTEXT%20(1).pdf

อริยานุวัตน์ สมาธยกุล. (2562). การใช้ภาษาไทยและทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.

อุมาพร ใยถาวร. (2559). การเปรียบเทียบการพัฒนาทักษะการฟังภาษาอังกฤษของนักศึกษา โดยใช้เพลงภาษาอังกฤษกับการสอนแบบปกติ. http://journal.pim.ac.th/uploads/content/2014/09/o_191huof0h1437tdq188tvph1tbsa.pdf

Berlo, David K. (1960). The Process of Communication: An Introduction to Theory and Practice. New York: Holt, Rinehart and Winston.

Gardner, H. (1993). Frares of Mind: The Theory of Multiple Intelligences. London: Poladin