รูปแบบการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันของปัญหาการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา 2) พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา และ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา ดำเนินการ 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันของปัญหาการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูวิชาการ จำนวน 20 คนเครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์และแบบประเมิน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินรูปแบบ และระยะที่ 3 ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครู จำนวน 19 คน และนักเรียน จำนวน 182 คน รวมจำนวน 201 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบประเมิน สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของปัญหาการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา จำแนกออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านการบริหารจัดการ (2) ด้านครูผู้สอน (3) ด้านนักเรียน และ (4) ด้านชุมชน โดยมีผลการประเมินสภาพปัจจุบันของปัญหาการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) รูปแบบการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) หลักการและเหตุผล (2) วัตถุประสงค์ (3) กระบวนการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ (4) การวัดและประเมินผล โดยความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของร่างรูปแบบการจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา มหาสารคาม เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 3) ผลการทดลองใช้การจัดการศึกษาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ
1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES
2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind
4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก
5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560). กระทรวงศึกษาธิการ.
ธีรวัลย์ ศิลารัตน์. (2550). การจัดการความรู้ชุมชน. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
นิชานันท์ ตันสุริยา. (2558). การใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการเรียนการสอนของครูในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3. [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี.
พลพักษ์ คนหาญ. (2558). รูปแบบการมีส่วนร่วมของโรงเรียนกับชุมชนในการนําภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 12(56), 149-164.
รัชณี ดวงแก้ว. (2565). แนวทางการบริหารภูมิปัญญาท้องถิ่น ตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3. วารสารวิจยวิชาการ, 5(3), 147-162. https://doi.org/10.14456/jra.2022.65
ศรีจันทรัตน์ กันทะวัง. (2557). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนภูมิปัญญาท้องถิ่นตามแนวการสอนเชิงประสบการณ์ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา. [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2542). ศูนย์วิชาการและภูมิปัญญาชาวบ้านกับการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น. กองวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ.
อุรเคนทร์ คำฟัก. (2558). การนำเสนอยุทธศาสตร์การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนในอำเภอบรรพตพิสัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 2. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.