การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดมหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมาเรียนต่อระดับปริญญาตรีของนักเรียนมัธยมปลายจังหวัดมหาสารคาม ได้แก่ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ (หลักสูตรและสภาพแวดล้อม) พบว่า ปัจจัยด้านหลักสูตรมีผลต่อการตัดสินใจมากที่สุด (x̄=4.19, S.D.=0.872) และรองลงมา คือ สภาพเศรษฐกิจและสังคม (x̄=4.09, S.D.=0.845) ส่วนความคาดหวัง (x̄=3.96, S.D.=0.942) และลักษณะทางกายภาพของหลักสูตร (x̄=3.96, S.D.=0.915) ตามลำดับ และปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อ (ด้านส่วนบุคคล) พบว่า เกรดเฉลี่ย มีผลต่อการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อมากที่สุด (x̄=3.61, S.D.=1.027) รองลงมา คือ อาชีพของผู้ปกครอง (x̄=3.34, S.D.=1.136) อายุ (x̄=3.08, S.D.=1.090) และเพศ (x̄=2.90, S.D.=1.168) ตามลำดับ และ 2) การศึกษารูปแบบที่เหมาะสมในการประชาสัมพันธ์หลักสูตรเพื่อเพิ่มจำนวนผู้สมัครและยืนยันสิทธิ์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ
1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES
2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind
4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก
5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2566). แผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564-2570 (ฉบับปรับปรุง 2566-2570). https://www.mhesi.go.th/index.php/news-and-announce-all/pr/announcement-news/8464-2564-2570-2566-2570.html?utm_source=chatgpt.com
ไกรสิงห์ สุดสงวน. (2560). การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร. Veridian E-Journal, 10(1), 201-206.
ปฐมา อาแว และ นิยาวาเฮร์ ไพบูลย์. (2562). การตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี.
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องตน (พิมพ์ครั้งที่ 7). สุวีริยาสาส์น.
เสกสรรค์ สนวา, สุพัฒนา ศรีบุตรดี และ วรฉัตร วริวรรณ. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี คณะนิติรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 8(2), 15-30.
นุชนาถ พันธุราษฎร์, จุไรรัตน์ ศิริมั่งมูล, ณัฐฌา ขําศิริ และ ภารดี อนุสุเรนทร์. (2566). การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่นระดับปริญญาตรีรอบ 2 (โควตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ปีการศึกษา 2565. วารสารวิจัย มข. สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (ฉบับบัณฑิตศึกษา), 11(3), 99-109.
วิทวัส เหล่ามะลอ. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจําปีการศึกษา 2562 โดยผ่านการคัดเลือกด้วยระบบ TCAS. (รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
บศกร สันติสิริกุล, ธรัช อารีราษฎร์ และ วรปภา อารีราษฎร์. (2566). การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการประชาสัมพันธ์ หลักสูตรการศึกษาโดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ. วารสารวิชาการการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ, 9(1), 60-75.
ราชกิจจานุเบกษา. (2558). ประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรีสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ พ.ศ. 2558. เล่ม 132 ตอนพิเศษ 170 ง.
ศูนย์วิจัยรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. (2566). รายงานการดำเนินงานโครงการสร้างเครือข่ายโรงเรียนในจังหวัดมหาสารคามกับคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์. รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สำนักงานทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อการสละสิทธิ์เข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบบ TCAS ประจำปีการศึกษา 2566 [รายงานวิจัยฉบับเต็ม]. สำนักงานทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
อุรัชชา สุวพานิช และ สมเกียรติ ชัยพิบูลย์. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยแม่โจ้. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, 12(2), 1-17.