การศึกษาความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู และ 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู ประชากร ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 51 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเป็นผู้บริหารสถานศึกษาทั้งหมดของสถานศึกษาในสังกัด และครูผู้สอน จำนวน 294 คน รวมทั้งสิ้น 345 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างครูผู้สอนโดยใช้ตารางของ Krejcie and Morgan และสุ่มครูผู้สอนแบบแบ่งชั้นภูมิตามขนาดของสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง (Modified Priority Needs Index: PNImodified)
ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (x̅ = 3.48, S.D. = 0.99) โดยด้านการสร้างนิเวศการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (x̅ = 3.52, S.D. = 1.01) และด้านกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุกมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (x̅ = 3.45, S.D. = 0.94) ส่วนสภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.59, S.D. = 0.53) โดยด้านการสร้างนิเวศ การเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (x̅ = 4.67, S.D. = 0.51) และด้านกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุกมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (x̅ = 4.54, S.D. = 0.53) ความต้องการจำเป็นในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านการใช้เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัล (PNImodified = 0.329) ด้านการสร้างนิเวศการเรียนรู้ (PNImodified = 0.327) ด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (PNImodified = 0.324) ด้านกลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (PNImodified = 0.316) ด้านการสร้างชุมชนวิชาชีพ (PNImodified = 0.312) และด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ (PNImodified = 0.309)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อกำหนดเบื้องต้นที่ผู้นิพนธ์(ผู้ส่งบทความ) ควรทราบ
1. ผู้นิพนธ์ที่ประสงค์จะลงตีพิมพ์บทความกับวารสาร ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป ให้ใช้รูปแบบใหม่ (Template 2563) โดยสามารถดูตัวอย่างได้ที่เมนู GUIDELINES
2. จะตีพิมพ์และเผยแพร่ได้ ต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review)
3. การประเมินบทความโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) เป็นแบบ Double Blind
4. การอ้างอิงบทความใช้หลักเกณฑ์ APA (American Psychological Association) คลิก
5. บทความถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ ไม่ผ่านการประเมิน ผู้นิพนธ์ขอยกเลิกเองหรือชำระเงินก่อนได้รับการอนุมัติ ทางวารสารไม่มีนโยบายการคืนเงิน
เอกสารอ้างอิง
ถวัลย์ มาศจรัส. (2550). นวัตกรรมการศึกษา ชุดแบบฝึกหัด-แบบฝึกเสริมทักษะ. เซ็นจูรี่.
ทิศนา แขมมณี. (2566). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 26). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นนทลี พรธาดาวิทย์. (2561). การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning (พิมพ์ครั้งที่ 2). ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์, พเยาว์ ยินดีสุข, และพรเทพ จันทราอุกฤษฎ์. (2566). การเรียนรู้เชิงรุกเสริมสร้างสมรรถนะ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2559). การศึกษาไทยในยุคโลกาภิวัตน์: แนวคิดและทิศทางการพัฒนา. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุคนธ์ สินธพานนท์. (2561). การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2556). มาตรฐานวิชาชีพครู. คุรุสภา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). รายงานการพัฒนาการศึกษาไทย พ.ศ. 2561-2563. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. George Washington University. (Theoretical work)
Castillo, J. (2005). Human resource development and organizational performance. Human Resource Development Review, 4(3), 292-306.
Fraenkel, J. R., Wallen, N. E., & Hyun, H. H. (2011). How to design and evaluate research in education (8th ed.). McGraw-Hill.
Koehler, M. J., Mishra, P., & Cain, W. (2013). What is technological pedagogical content knowledge (TPACK). Journal of Education, 193(3), 13–19. (Theoretical framework)
Mishra, P., & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge: A framework for teacher knowledge. Teachers College Record, 108(6), 1017-1054.
Prince, M. (2004). Does active learning work? A review of the research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223-231.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.