ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ ในวิชาชีววิทยา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา
คำสำคัญ:
การคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, สะตีมศึกษาบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนและหลังเรียนเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 โดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา 2. เพื่อเปรียบเทียบการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนและหลังเรียนเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 โดยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษา แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย (𝑥̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัยพบว่า 1.นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและมีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อพิจารณาคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยจำแนกรายด้านตามแนวคิดของ Klopfer (1971) พบว่านักเรียนมีคะแนนด้านความรู้ความจำมากที่สุดเท่ากับ 63.45 2. นักเรียนมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและมีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และเมื่อพิจารณาตามกระบวนการคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์จำแนกเป็นรายด้าน พบว่ามีคะแนนพัฒนาการและค่าความต่างร้อยละในขั้นการค้นพบคำตอบมีคะแนนพัฒนาการและค่าความต่างร้อยละสูงที่สุด
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). การจัดสาระการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภา ลาดพร้าว. กระทรวงศึกษาธิการ.
จารีพร ผลมูล สุนีย์ เหมะประสิทธิ์ และเกริก ศักดิ์สุภาพ (2558). การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้บูรณาการ
แบบ STEAM สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3กรณีศึกษาชุมชนวังตะกอ จังหวัดชุมพร. วาสารวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น (ฉบับบัณฑิตศึกษา): 3(2): 1-13.
ทิศนา แขมมณี (2560).ศาสตร์การสอน.กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นัสรินทร์ บือซา (2558). ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM Education) ที่มีต่อ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชีววิทยา ความสามารถในการแก้ปัญหาและความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 24(4): 91-110.
นราวดี จ้อยรุ่ง นพมณี เชื้อวัชรินทร์และเชษฐ์ ศิริสวัสดิ์ (2561). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยาและทักษะกระบวนการกลุ่มของนักเรียนพิเศษชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือร่วมกับเทคนิค TGT. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 20(2): 75-88.
พรทิพย์ ศิริภัทราชัย. (2556). STETeducationกับการพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21.วาสารนักบริหาร,
(2):49-56.
ฟัตมาอัส ไวนีตาเย๊ะ ณัฐฐินี โมพันธุ์ และมัฮดี แวดราแม (2560). ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษาที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ ความคิดสร้างสรรค์ และความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5.วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 4(2): 1-14.
มีนกาญจน์ แจ่มพงษ์ (2559). การพัฒนาชุดฝึกทักษะแบบสตีมศึกษาเพื่อการสร้างสรรค์ชิ้นงาน เรื่อง
พลังงานรอบตัวเรา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต. สาขาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการศึกษา. คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2543). เทคนิคการวัดผลการเรียนรู้ (พิมพ์รั้งที่2). กรุงเทพมหานคร:
วัฒนาพานิชย์
วิจารณ์ พาณิช. (2556). การสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21 (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมหานคร:
ส.เจริญการพิมพ์
สำราญ พวงมาลัย (2548). การผลิตบทเรียนการ์ตูนประกอบการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์
(ว203) เรื่องหญิงและชาย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต.สาขาการศึกษาและหลักสูตร. คณะศึกษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สมรัก อินทวิมลศรี สกลรัชต์ แก้วดี และสิทธิพร ภัทรดิลกรัตน์. (2560). ผลของการใช้แนวคิดสะตีมศึกษา
ในวิชาชีววิทยาที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 47(2): 410-429.
สาริญา และสุม. (2560) ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววิทยาทักษะการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วาสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 29(1).
Klopfer, L. E. (1971). Evalution of learning in science. Handbook on formative and
Summative evalution of student learning. New York: McGraw-Hill hook company.
Land, M. H. (2013). Full STEAM ahead: The benefits of integrating the arts in to STEM. Procedia Computer Science, 20, 547-552.
Madden, M. E., Baxter, M., Beauchamp, H., Bouchard, K., Habermas, D., Huff, M., Ladd, B.,Pearon, J., & Plague, G. (2013). Rethinking STEM Education: An Interdisciplinary STEAM Curriculum. Sciencedirec, 20, 541-546.
Kim, K.H. (2011). The Creativity Crisis: The Decrease in Creative Thinking Scores on The Torrance Test of Creative Thinking. Creativity Research Journal, 23(4): 285-295.