การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ KWDL ร่วมกับแบบฝึกทักษะ หน่วยการเรียนรู้ เศษส่วน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้แบบ KWDL, แบบฝึกทักษะ, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, ความสามารถแก้ปัญหาคณิตศาสตร์, หน่วยการเรียนรู้เศษส่วนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับแบบฝึกทักษะ ในหน่วยการเรียนรู้เรื่องเศษส่วน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 รวมถึงเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน และศึกษาความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 70 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 15 คน จากโรงเรียนบ้านละเลิงพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา โดยทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบฝึกทักษะ หน่วยการเรียนรู้ และแบบทดสอบวัดความสามารถทางคณิตศาสตร์ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
- แผนการจัดการเรียนรู้แบบ KWDL ร่วมกับแบบฝึกทักษะหน่วยการเรียนรู้เรื่องเศษส่วนที่พัฒนาขึ้น มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 77.45/74.35 แสดงให้เห็นว่าแผนดังกล่าวสามารถส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้และทำกิจกรรมได้ตามเป้าหมายทั้งในระหว่างเรียนและหลังเรียนอย่างเหมาะสม
- การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิค KWDL ร่วมกับแบบฝึกทักษะ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สะท้อนให้เห็นถึงผลเชิงบวกของกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการมีส่วนร่วมและการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนาความเข้าใจในเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น
- การแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเฉพาะจากผลการประเมินตามเกณฑ์การคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ความรู้ แสดงให้เห็นว่าเทคนิค KWDL ร่วมกับแบบฝึกทักษะเป็นแนวทางการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะที่สำคัญในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิผล
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมวิชาการ. (2545). เอกสารประกอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 คู่มือการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้า และพัสดุภัณฑ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย
นิรันดร์ แสงกุหลาบ. (2547). การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้เรื่องโจทย์ปัญหาทศนิยมและร้อยละ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่จัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค เค ดับเบิ้ลยู ดี แอล และตามแนว สสวท. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยา สาส์น.
บุณฑริกา พงศ์ศิริวรรณ. (2559). การพัฒนาทักษะในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้เทคนิคเคดับเบิ้ลยูดีแอล (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
เบญฐนาศิวรัตน์ ไกรทิพย์. (2551). ผลการสอนโดยใช้เทคนิค K W D L ที่มีต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเรื่อง การแก้โจทย์ปัญหา และเจตคติต่อการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 2 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสนจังหวัดนครปฐม (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต).มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, นนทบุรี.
ยุพิน ยืนยง. (2560). การวัดและประเมินผลการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศักดา บุญโต. (2544). เทคนิคการสอนคณิตศาสตร์ . กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี สฤษด์ิวงค์.
อดิเรก เฉลียวฉลาด. (2550). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนคณิตศาสตร์เรื่องโจทย์ปัญหาร้อยละของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 6 โดยใช้เทคนิค K-W-D-L กับการสอนปกติ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี,ลพบุรี.
Ogle, D. (1986). Title of the chapter or section. In Title of the book: Subtitle if applicable (pp. 564-570). Publisher.
Polya, G. (1957). How To Solve it A New Aspect of Mathematical Method. Doubleday and Company.
Shaw, J. M., et al. (1997). Cooperative Problem Solving: Using K-W-D-L as an Organizational Technique.