การทบทวนองค์ความรู้การแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา
คำสำคัญ:
สภาพปัญหาอธิกรณ์, การแก้ไขปัญหา, คัมภีร์พระพุทธศาสนา, องค์ความรู้บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มี 3 วัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาอธิกรณ์ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา 2) เพื่อศึกษาวิธีการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา และ 3) เพื่อวิเคราะห์การแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร โดยศึกษาข้อมูลขั้นปฐมภูมิ คือ พระไตรปิฎก อรรถกถา ฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาบาลีของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และศึกษาข้อมูลขั้นทุติยภูมิ ที่เป็นวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนา ตำราวิชาการ เอกสารวิชาการและเอกสารวิจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
ผลการวิจัยพบว่า
1) สภาพปัญหาอธิกรณ์ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา พบว่า คำว่า “อธิกรณ์” มีความหมาย 2 ประการ คือ (1) เรื่องที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความคิดเห็น หรือการประพฤติปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับพระธรรมวินัย เป็นการทำลายกฎ กติการะเบียบแบบแผนของสังคม สร้างความวุ่นวายทำลายหมู่คณะ และ (2) กิจของสงฆ์ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ เป็นกิจธุระที่ต้องทำให้สำเร็จแล้วเสร็จตามกระบวนการที่พระธรรมวินัยกำหนดไว้ ดังนั้น อธิกรณ์ จึงเป็นเรื่องราวที่มีปัญหาและเป็นอุปสรรคต่อการประพฤติพรหมจรรย์ และการอยู่ร่วมกันในหมู่สงฆ์ มีสาเหตุที่มาทั้งเจตนาดี คือ เห็นแก่พระธรรมวินัย และเจตนาไม่ดี คือ มุ่งทำลายพระธรรมวินัย อธิกรณ์ออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย (1) วิวาทาธิกรณ์ การเถียงกันปรารภพระธรรมวินัย (2) อนุวาทาธิกรณ์ การโจทย์จัดเป็นอธิกรณ์ คือ การโจทย์กันด้วยอาบัติ เรื่องการกล่าวหากัน (3) อาปัตตาธิกรณ์ อธิกรณ์ คือ อาบัติ หมายความว่า การต้องอาบัติและการถูกปรับอาบัติ เป็นอธิกรณ์โดยฐานเป็นเรื่องที่จะต้องทำ (4) กิจจาธิกรณ์ การงานเป็นอธิกรณ์ คือ เรื่องที่เกิดขึ้นอันสงฆ์จัดต้องทำหรือกิจธุระที่สงฆ์จะพึงทำ
2) วิธีการแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา พบว่า การแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า “อธิกรณสมถะ” เป็นกระบวนการแก้ปัญหาในทางพระพุทธศาสนาซึ่งมีทั้งหมด 7 ประการ คือ 1) สัมมุขาวินัย ระเบียบอันพึงทำพร้อมหน้า 2) สติวินัย วิธีระงับอนุวาทาธิกรณ์ที่ยกเอาสติเป็นหลัก 3) อมูฬหวินัย วิธีระงับอนุวาทาธิกรณ์โดยยกประโยชน์ให้แก่ภิกษุที่หายเป็นบ้าแล้ว 4) ปฏิญญาตกรณะ วิธีการระงับอาปัตตาธิกรณ์โดยการปรับอาบัติตามคำรับสารภาพของภิกษุผู้ต้องอาบัติ (จำเลย) 5) ตัสสปาปิยสิกา วิธีการระงับอนุวาทาธิกรณ์โดยการตัดสินลงโทษผู้กระทำผิด 6) เยภุยยสิกา วิธีระงับวิวาทาธิกรณ์โดยการตัดสินตามเสียงข้างมาก 7) ติณวัตถารกวินัย วิธีการระงับอาปัตตาธิกรณ์ โดยการให้ทั้ง 2 ฝ่ายประนีประนอม
3) การวิเคราะห์การแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา พบว่า การแก้ไขปัญหาอธิกรณ์ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา ประกอบด้วย (1) กำหนดปัญหา คือ เมื่ออธิกรณ์เกิดขึ้น ต้องกำหนดปัญหาว่าเป็น ก. เรื่องที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความคิดเห็น หรือ ข. กิจของสงฆ์ ที่ต้องทำให้สำเร็จตามพระธรรมวินัย (2) สร้างเครื่องมือแก้ไขปัญหา คือ อธิกรณสมถะ (3) มอบความเป็นใหญ่ให้คณะกรรมการ (4) กำหนดขอบเขตการใช้อำนาจของสงฆ์ (5) เอื้อเพื่อพระธรรมวินัย ยึดหลักธรรมวินัย (6) คือ การแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิด ด้วยการสร้างทักษะสังคม
Downloads
เอกสารอ้างอิง
คชาภรณ์ คำสอนทา. (2558). กระบวนการและขั้นตอนการระงับอธิกรณ์ในพระพุทธศาสนาเถรวาท. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร. 3(2), 66.
จำนงค์ อดิวัฒนสิทธิ์ และคณะ. (2559). พุทธปรัชญาทางสังคมและทางการเมือง. (รายงานการวิจัย). พระนครศรีอยุธยา: สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์. (2558). การวิเคราะห์ข้อเด่นข้อด้อยขององค์การและกระบวนการบริหารจัดการองค์การพระพุทธศาสนาของประเทศไทยในเชิงประสิทธิภาพด้านคุณค่าต่อพระพุทธศาสนา. (รายงานการวิจัย). ศูนย์พุทธศาสตร์ศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรีชา ช้างขวัญยืน. (2538). ความคิดทางการเมืองในพระไตรปิฎก, พิมพ์ครั้งที่ 2, กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระเทพปริยัติเมธี (สฤษฏิ์ สิริธโร). (2558). กระบวนการสร้างความปรองดองในสังคมไทยตามรูปแบบพุทธวิธีการชำระอธิกรณ์. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 19(29), 39.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2538). วินัยเรื่องใหญ่กว่าที่คิด. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิพุทธธรรม, 2538.
____________. (2543). นิติศาสตร์เชิงพุทธ. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิพุทธธรรม
____________. (2543). รู้จักพระไตรปิฎกเพื่อเป็นชาวพุทธที่แท้จริง. พิมพ์ครั้งที่ 2, กรุงเทพมหานคร: เอดิสัน เพรสโพรดักส์, 2543.
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส (นิธิบุณยากร). (2547). รูปแบบการจัดการความขัดแย้งโดยพุทธสันติวิธี: ศึกษาวิเคราะห์กลุ่มกรณีลุ่มน้ำแม่น้ำตาช้าง จ.เชียงใหม่. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
__________. (2554). พุทธสันติวิธี: การบูรณาการหลักการและเครื่องมือจัดการความขัดแย้ง, กรุงเทพมหานคร: 21 เซ็นจูรี่ จำกัด.
สมเด็จ จุลราช (2565). การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของพระภิกษุที่เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญา. (รายงานการวิจัย), สำนักงานศาลยุติธรรม.
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส. (2541). วินัยมุข เล่ม 1, กรุงเทพมหานคร: มหามกุฎราชวิทยาลัย.
สิริ เพ็ชรไชย. (2558). องค์พุทธมามกะ ความมั่นคงของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: พับลิชชิง จำกัด มหาชน.
สุเมธ อินสาคร. (2564). กลยุทธ์การแก้ไขความขัดแย้งตามแนวพุทธศาสตร์: ศึกษาแนวการประยุกต์ใช้หลักตัสสปาปิยสิกาในอธิกรณสมณะ 7. วารสารวิชาการพระพุทธศาสนาเขตลุ่มแม่น้ำโขง. 4(2): 55.
แสวง แสนบุตร. (2562). วิเคราะห์บทบาทของพระฉัพพัคคีย์ต่อการบัญญัติวินัยของพระพุทธเจ้า. วารสารปณิธาน: วารสารวิชาการด้านปรัชญาและศาสนา. 15(1), 57-58.
อธิเทพ ผาทา. (2549). การศึกษารูปแบบและกระบวนการแก้ไขปัญหาพระพุทธศาสนาเถรวาท: กรณีศึกษาเฉพาะกรณีอธิกรณสมณถะ 7 และกฎนิคหกรรมของมหาเถรสมาคมในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2595 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
อำนวย ยัสโสธา. (2550). การแนะนำแก้ไขปัญหาทางสังคมและการเมืองของพระพุทธเจ้า. (รายงานการวิจัย). ศูนย์พุทธศาสน์ศึกษา: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Misra., G.S.P. (1972). The Age of Vinaya: A Historical and Cultural Study. New Delhi: Munshiram Manoharal.
Sukumar Dutt. (1988). Buddhist Monks and Monasteries of India. 2nd, Varanasi: Motilal Banarasidass.